ลูกลำปาว คนบ้านเฮา มาเว่าสู่กันฟัง "คันเจ้าได้อยู่ยอดฟ้าผาสาทประดับมุข อย่าได้ลืมเฮียมทุกข์ผู้ขี่ควายคอนกล้า "


เมืองฟ้าแดดสงยาง


เมืองฟ้าแดดสงยาง

โปงลางเลิศล้ำ


โปงลางเลิศล้ำ

วัฒนธรรมภูไท


วัฒนธรรมภูไท

ผ้าไหมแพรวา

ผ้าไหมแพรวา

ผาเสวยภูพาน

ผาเสวยภูพาน

มหาธารลำปาว

มหาธารลำปาว

ไดโนเสาร์สัตว์โลกล้านปี

ไดโนเสาร์สัตว์โลกล้านปี

บทความอัพเดทล่าสุด

วิธีการทำกระทงจากใบตอง

31.10.52

กระทงจากใบตอง

สวัสดีครับ..ใกล้ถึงวันลอยกระทงแล้ว..วันนี้เลยจะมาแนะนำวิธีการทำกระทงแบบง่ายๆแต่สวยงามมาฝากครับ
วิธีทำกระทงใบตอง
ตัวกระทง ใช้หยวกกล้วย หรือวัตถุที่ย่อยสลายได้ตัดให้เป็นวงโดยสูงประมาณ1-2.5 นิ้ว ส่วนขนาดแล้วแต่ความพอใจ ขั้นตอนต่อคือการนำเอาใบตองมาพับเป็นรูปทรงต่างๆ เพื่อประดิษฐ์เป็นกระทง ในรูปแบบฉบับของเรานะครับ

วิธีการทำกระทงแบบกลีบผกา

วิธีการทำกระทงแบบกลีบผกา

วิธีทำ กระทงกลีบผกา

1. ตัดใบตองขนาดความกว้าง 1.5 นิ้ว ยาว 6 นิ้ว โดยประมาณ
2. พับตามรูป จำนวน 3 กลีบ จากนั้นนำมาวางซ้อนให้ลดหลั่นกันไปตามภาพ ซึ่งจะนับเป็น 1 ตับ
3. นำไปติดโดยรอบที่ขอบของฐานกระทง ซึ่งเป็นต้นกล้วยตัดเป็นแว่น ความหนา 1.5 - 2 นิ้ว โดยประมาณ ทั้งนี้ปริมาณของกลีบกระทงที่ใช้จะมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับขนาดของตัวฐาน
4. จากนั้นประดับด้วยดอกไม้ตามความชอบ และปักธูปเทียนลงไป เป็นอันเสร็จ


วิธีทำกระทงแบบกลีบกุหลาบ

กระทงแบบกลีบกุหลาบ
วิธีทำ กระทงกลีบกุหลาบ

1. ตัดใบตองขนาดความกว้าง 1.5 นิ้ว ยาว 6 นิ้ว โดยประมาณ
2. พับเป็นกลีบกุหลาบตามรูป จำนวน 3 กลีบ จากนั้นนำมาสวมเีัรียงกันให้มีระยะห่างพองามตามความชอบ ควรจัดให้ยอดของกลีบ และลอนของกลีบตรงเสมอเป็นแนวเดียว ซึ่งจะทำให้ผลงานออกมาดูสวยงามเป็นระเบียบเรียบร้อย
3. ใช้ด้ายสีเขียวใกล้เคียงกับใบตอง หรือสีดำมาเย็บติดกันด้วยด้นถอยหลังให้เป็นแนวตรงเสมอกันโดยตลอด
4. พับกลีบใบตองแล้วเย็บต่อเนื่องไปเรื่อยๆ จนกระทั่งสามารถหุ้มขอบของฐานกระทงได้โดยรอบ ตรึงกลับใบตองกับฐานของกระทงด้วยหมุด แล้วขลิบส่วนที่เลยพ้นฐานลงมาให้เรียบร้อยเสมอกับฐาน เมื่อทำเสร็จแล้วจะมีลักษณะคล้ายกับมงกุฏสวมศีรษะ
5. จากนั้นประดับด้วยดอกไม้ตามความชอบ และปักธูปเทียนลงไป เป็นอันเสร็จ

วิธีทำกระทงแบบกลีบหัวขวาน

กระทงแบบกลีบหัวขวาน
วิธีทำ กระทงกลีบหัวขวาน

1. ตัดใบตองขนาดความกว้าง 1.5 นิ้ว ยาว 6 นิ้ว โดยประมาณ
2. พับตามรูป จำนวน 3 กลีบ จากนั้นนำมาสวมเีัรียงกันให้มีระยะห่างพองามตามความชอบ เพื่อให้ผลงานออกมาดูสวยงามเป็นระเบียบเรียบร้อย ควรพับแต่ละกลีบให้ได้ขนาดเท่ากันทุกจุด
3. ใช้ด้ายสีเขียวใกล้เคียงกับใบตอง หรือสีดำมาเย็บติดกันด้วยด้นถอยหลังให้เป็นแนวตรงเสมอกันโดยตลอด
4. พับกลีบใบตองแล้วเย็บต่อเนื่องไปเรื่อยๆ จนกระทั่งสามารถหุ้มขอบของฐานกระทงได้โดยรอบ ตรึงกลับใบตองกับฐานของกระทงด้วยหมุด แล้วขลิบส่วนที่เลยพ้นฐานลงมาให้เรียบร้อยเสมอกับฐาน เมื่อทำเสร็จแล้วจะมีลักษณะคล้ายอ่างน้ำ
5. จากนั้นประดับด้วยดอกไม้ตามความชอบ และปักธูปเทียนลงไป เป็นอันเสร็จ

ประวัติความเป็นมา ของการลอยกระทง


คติที่มาเกี่ยวกับวันลอยกระทงมีอยู่หลายตำนาน ดังนี้
1. การลอยกระทง เพื่อขอขมาแก่พระแม่คงคา
2. การลอยกระทง เพื่อบูชาพระผู้เป็นเจ้าตามคติพราหมณ์ คือบูชาพระนารายณ์ซึ่งบรรทมสินธุ์อยู่ในมหาสมุทร
3. การลอยกระทง เพื่อต้อนรับพระพุทธเจ้า ในวันเสด็จกลับจากเทวโลก เมื่อครั้งเสด็จไปจำพรรษาอยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพื่อทรงเทศนาอภิธรรมโปรดพระพุทธมารดา
4. การลอยกระทง เพื่อบูชาพระพุทธบาท ของพระพุทธเจ้า ที่หาดทรายริมแม่น้ำนัมมทานที เมื่อคราวเสด็จไปแสดงธรรมโปรดในนาคพิภพ
5. การลอยกระทง เพื่อบูชาพระจุฬามณีบนสวรรค์ ซึ่งเป็นที่บรรจุพระเกศาของพระพุทธเจ้า
6. การลอยกระทง เพื่อบูชาท้าวพกาพรหม บนสวรรค์ชั้นพรหมโลก
7. การลอยกระทง เพื่อบูชาพระอุปคุตตะเถระ ซึ่งบำเพ็ญเพียรบริกรรมคาถาอยู่ในท้องทะเลลึกหรือสะดือทะเล

ประวัติการลอยกระทงในเมืองไทย

การลอยกระทงในเมืองไทย มีมาตั้งแต่ครั้งสุโขทัย เรียกว่า การลอยพระประทีป หรือ ลอยโคม เป็นงานนักขัตฤกษ์รื่นเริงของประชาชนทั่วไป ต่อมานางนพมาศหรือท้าวศรีจุฬาลักษณ์สนมเอกของพระร่วง ได้คิดประดิษฐ์ดัดแปลงเป็นรูปกระทงดอกบัวแทนการลอยโคม การลอยกระทงหรือลอยโคมในสมัยนางนพมาศ กระทำเพื่อเป็นการสักการะรอยพระพุทธบาทที่แม่น้ำนัมมทานที ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหนึ่งอยู่ในแคว้นทักขิณาบถของประเทศอินเดีย ปัจจุบันเรียกว่า แม่น้ำเนรพุททา


link: http://www.arowanacafe.com/webboard/view.php?id=1988
http://www.youtube.com/watch?v=VSyAQefxFHE
READ MORE - วิธีการทำกระทงจากใบตอง

วิธีการประดิษฐ์ดอกกุหลาบจากลวดดัด

28.10.52

ยืมพี่เขามาอีกแระ...คงไม่ว่านะครับ..เดี๋ยวทำลิงค์กลับไปให้ครับ

ดูวิธีการเพิ่มเติมที่นี่นะครับ
link:http://www.f4handmade.com/Teaching%20the%20curved%20aluminum%20wire..html
READ MORE - วิธีการประดิษฐ์ดอกกุหลาบจากลวดดัด

วิธีการประดิษฐ์จักรยานแฮนด์เมด

อันนี้ไปเจอในเว็บ f4handmade.com มาครับ..เขาทำได้สุดยอดมากเลยครับ
เอาคลิปการทำมาให้ดูครับ...ขออนุญาตทางเว็บไซด์พี่ๆด้วยนะครับ..


link:http://www.f4handmade.com/wire%20art%20bb.html
READ MORE - วิธีการประดิษฐ์จักรยานแฮนด์เมด

วิธีการประดิษฐ์แมลงปอจากผ้าใยบัว (ต่อ)

27.10.52

หลังจากวุ่นวายไปหลายวัน...วันนี้ก็เหนื่อยมากนอนพักผ่อนตื่นขึ้นมาพอดีไม่มีอะไรทำมาเขียนบล็อกต่อดีกว่า
จากครั้งล่าสุดที่เขียนวิธีการทำแมลงปอไม่จบ..วันนี้มาเขียนต่อให้เสร็จครับ
ครั้งที่แล้วเราก็ได้ปีกมันไปแล้วมาวันนี้มาดูวิธีการทำตัวและวิธีการประกอบกันครับ

การเข้าตัว
1. นำลวดเส้นยาว 10 ซม. ใช้คีมจับปลายให้เป็นปมข้างหนึ่งเพื่อที่จะร้อยลูกปัดสำหรับทำตัวได้ครับ
วิธีการทำตัวแมลงปอ
2. ใช้ลวดที่เราทำปมแล้วร้อยลูกปัดเม็ดเล็กสลับกับลูกปัดท่อนยาว
วิธีการร้อยลูกปัด
3. ดูให้เรียงได้ 5 ท่อน แล้วร้อยด้วยลูกปัดที่ใช้ทำตัว ดัดลวดที่เหลือให้งอลงล็อคลูกปัดไว้


4. นำลวดเส้นสั้น 8 ซม. ร้อยลูกปัดที่เป็นตัวย้อนมาทางหัว แล้วร้อยลูกที่ใช้ทำหัวเข้าไป



5.พับลวดย้อนลงมามัดกับลวดเส้นแรก



ตัวแมลงปอที่ทำเสร็จแล้วรอประกอบกับปีก

6.นำปีกที่เตรียมไว้ ซ้อนปีกเล็กไว้ข้างล่าง


7.นำมาประกอบเข้ากับตัวโดยวางใต้ลูกปัดท่อนตัว


8.บิดลวดทั้งสองเส้นให้แน่น


9.แล้วพันด้วยฟลอร่า

แมลงปอจากผ้าใยบัว

เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ..แมลงปอจากผ้าใยบัว

สำหรับใครที่มีไอเดียดีๆก็อาจจะดัดแปลงทำเป็นเข็มกลัดหรือกิ๊ฟหนีบผมเพื่อเพิ่มมูลค่าก็ได้นะครับ..
สุดท้ายนี้ดีหรือไม่ดีก็ขอคอมเม้นต์ด้วยนะครับ..จะได้มีกำลังใจหามาเขียนอีกครับ
READ MORE - วิธีการประดิษฐ์แมลงปอจากผ้าใยบัว (ต่อ)

วิธีการประดิษฐ์แมลงปอจากผ้าใยบัว

25.10.52

สิ่งประดิษฐ์จากผ้าใยบัว..เป็นอีกอาชีพที่น่าสนใจสำหรับอุตสาหกรรมระดับครัวเรือน..
จะเอาไปลองๆทำดูก็ได้นะครับ..ถ้าคิดว่าสวยฝีมือเข้าขั้นอาจจะนำไปทำเป็นอาชีพเสริมก็น่าจะดีไม่ใช่น้อย
สิ่งของแฮนด์เมค คนกำลังนิยมเลยครับ
แมลงปอจากผ้าใยบัว

อุปกรณ์

สิ่งที่ต้องเตรียมสำหรับการทำแมลงปอจากผ้าใยบัวนั้นหาง่ายราคาถูกครับสามารถหาซื้อได้ตามร้านเครื่องเขียนร้านขายอุปกรณ์สำนักงานทั่วไปครับร้านค้าในตัวอำเภอหรือตำบลใหญ่ๆก็มีแล้วครับ....
อุปกรณ์ในการทำแมลงปอจากผ้าใยบัว

1. ผ้าใยบัว
2. ลวดเบอร์ 26 (2 เส้น)
3. ด้ายสีขาว
4. ฟลอร่าเทป
5. ลูกปัด
6. คีมตัดลวด
7. คีม
8. แกนทรงกลม
9. กรรไกร

วิธีการทำ
ขั้นแรกเรามาทำปีกกันก่อนนะครับ
1. นำลวดมาขดเป็นวงด้วยแกนทรงกลม เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3 ซม. จำนวน 2 อัน โดยสองอันนี้จะใช้สำหรับทำปีกบน
วิธีการประดิษฐ์แมลงปอจากผ้าใยบัว ขั้นตอนที่1

2. จากนั้นนำลวดอีกเส้นมาขดเป็นวงด้วยแกนทรงกลมเส้นผ่าศูนย์กลาง 2.5 ซม. จำนวน 2 อัน อีกเช่นกัน สองอันหลังนี้ใช้ทำปีกล่างนะครับ พอจะจินตนาการออกยังครับ...
วิธีการประดิษฐ์แมลงปอจากผ้าใยบัว ขั้นตอนที่2
3.นำลวดที่ขดไว้ทั้ง 4 อัน มายืดให้เป็นรูปวงรี
วิธีการประดิษฐ์แมลงปอจากผ้าใยบัว ขั้นตอนที่3
วิธีการประดิษฐ์แมลงปอจากผ้าใยบัว ขั้นตอนที่3
เมื่อยืดแล้วควรลองเทียบให้มีขนาดใกล้เคียงกันจะสวยกว่าขนาดของปีกที่ต่างกันมาก

4. ขึงผ้าใยบัวที่ขดลวดทั้ง 4 อันให้ตึง(ทำทีละอันนะครับแต่ทำทั้งสี่ตัวเหมือนกัน)
วิธีการประดิษฐ์แมลงปอจากผ้าใยบัว ขั้นตอนที่4

5. พันด้วยด้ายให้แน่นครับ..แน่นเท่าไหร่ยิ่งดี
6. ตัดปลายด้ายและชายผ้าที่เกินออกดูให้สวยงาม
วิธีการประดิษฐ์แมลงปอจากผ้าใยบัว ขั้นตอนที่5และ6
ปีกที่ห่อด้วยผ้าใยบัวเสร็จแล้ว
เสร็จแล้วจะเป็นดังภาพครับ ...ใกล้ความจริงแล้วนะครับ..งานฝีมือต้องปราณีตหน่อยครับ


9. จับขดลวดที่ขึงผ้าใยบัวเรียบร้อยแล้ว มาประกบคู่กัน (ใหญ่-ใหญ่) (เล็ก-เล็ก) พันด้วยด้ายให้แน่น
ปีกที่ถูกมัดติดกัน

10. จากนั้นใช้มือดัดให้กางออก
กางปีกออก

ว๊า..แย่จัง..มีธุระต้องรีบไปแล้วสิครับ..นานๆได้เขียนบล็อกที...แต่ก็สัญญานะครับ..มีเวลาว่างจะหาเรื่องดีๆมาเขียนให้อ่านครับ
วันนี้เอาแค่ปีกไปก่อนนะครับ...เดี๋ยวพรุ่งนี้มาเขียนการทำตัวแมลงปอและวิธีประกอบต่อครับ..เวลาเขียนมันนานกว่าตอนทำมากนะเนี๊ยะ..
READ MORE - วิธีการประดิษฐ์แมลงปอจากผ้าใยบัว

วิธีการเลี้ยงมดแดง

14.10.52

วิธีการเลี้ยงมดแดง
วิธีการเลี้ยงมดแดง มีขั้นตอนดังต่อไปนี้
1. กำจัดปลวกและมดดำบริเวณต้นไม้ที่จะลี้ยงมดแดงให้หมดโดยใช้สารเสริม เช่น เชฟริน 80% โรยรอบ ๆ ต้นไม้ก่อนเลี้ยงประมาณ 2 – 3 สัปดาห์ หรืออาจจะใช้สารที่สกัดจากสะเดา และทิ้งไว้ระยะหนึ่ง มดดำที่มีอยู่จะหนีหมด จากนั้นจึงปล่อยให้มดแดงทำรัง
2. ใช้ไม้กระดานขนาดประมาณ 16 X 20 นิ้ว ทำเป็นแท่นให้อาหาร โดยตอกเป็นแป้น
วางสูงจากพื้นดินประมาณ 1.5 เมตร เพื่อป้องกันศัตรู เช่น สุนัขขึ้นไปกินเศษอาหาร
3. หาภาชนะใส่น้ำให้มดแดงกินคลอดเวลา อาจเป็นขวดน้ำพลาสติกตัดครึ่ง ใช้ตะปูตอกไว้กับต้นไม้ ครึ่งหนึ่งใส่อาหาร ครึ่งหนึ่งใส่น้ำ แล้วใส่ไม้ลงไปให้มดแดงไต่ไปกินน้ำ
4. ให้อาหาร เช่น เศษเนื้อสัตว์ต่าง ๆ ปลา แมลงทุกชนิด หอยเชอรี่ หรือหอยชนิดต่าง ๆ ก็ได้
5. ทำสะพานให้มดเดินในกรณีที่ต้นไม้ที่เลี้ยงมีหลายกิ่ง โดยมัดโยงจากกิ่งหนึ่งไปยังอีกกิ่งหนึ่ง ถ้าต้นไม้ที่เลี้ยงยังไม่มีมดแดงก็ให้หามดแดงมาปล่อย
อาหารมดแดง
อาหารมดแดง
มดแดง ชอบอาหารที่แห้งสนิท เช่น ปลาแห้ง จิ้งจก ตุ๊กแก งูที่ตายแล้วนำไปตากแห้ง และที่ชอบเป็นพิเศษ คือ แมลงชนิดต่าง ๆ โดยจะคาบไปสะสมไว้ในรัง หากอาหารชิ้นใหญ่ ไม่สามารถจะคาบหรือลากไปเก็บไว้ในรังได้ มดแดงจะช่วยกันและเยี่ยวราดเอาไว้เพื่อไม่เหน่าเหม็น และจะรอจนกว่าอาหารนั้นแห้ง จึงจะค่อย ๆ กัดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย นำเอาไปเก็บไว้ในรังเพื่อป้อนตัวอ่อนและนำไปเป็นอาหาร จากการสังเกต พบว่าในฤดูฝน มดแดงไม่ชอบเดินทางออกจากต้นไม้ทีมันสร้างรังอยู่ เนื่องจากพื้นดินเปียกแฉะ ในฤดูฝนนี้มดแดงจึงหาอาหารได้ไม่เพียงพอ แต่ถ้าหากเราจัดหาที่ให้น้ำและอาหารไว้บริเวณที่มดแดงอาศัยอยู่แล้ว จะทำให้มดแดงไข่อย่างสมบูรณ์ ซึ่งเป็นเทคนิคอย่างหนึ่งในการเลี้ยงมดแดง
ข้อควรระวัง
สำหรับผู้เลี้ยงมดแดง คือ เมื่อแหย่ไข่มดแดงมาปรุงอาหารควรปล่อยแม่มดแดง(แม่เป้ง) ให้หมด ไม่ควรนำมาคั่วกินจะเป็นสาเหตุที่ทำให้มดแดงอพยพไปอยู่ที่อื่นหมด วิธีการแยกมดแดงออกจากไข่ของมัน ทำได้โดยใช้แป้งมันสำปะหลังโรยลงไปที่ไข่มดแดงแล้วนำไปเทใส่ถาดเกลี่ยให้กระจายออก มดแดงจะไต่หนีไปจนหมด เหลือไว้แต่ไข่มดแดงเท่านั้น
การดำรงชีวิตของมดแดง
มดแดง เป็นสัตว์สังคม ชอบอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม ช่วยกันสร้างรังเลี้ยงดูตัวอ่อนให้เติบโตเป็นสมาชิกใหม่ ภายในรังมดแดงจะมีสมาชิกคือ
แม่เป้ง (นางพญา) มีรูปร่างขนาดใหญ่กว่ามดแดงธรรมดามาก ลำตัวเป็นสีเขียวปนน้ำตาล มีปีกสำหรับบิน มีหน้าที่ออกไข่คล้ายกับนางพญาปลวก ผึ้ง เมื่อใดที่แม่เป้งเห็นว่าสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสมในการสร้างรังและวางไข่ มันก็จะทิ้งรังเดิมไปสร้างรังและวางไข่ที่อื่นตามต้นไม้ที่มีใบดก เขียวชอุ่ม หนา ทึบ ปลอดภัย มีอาหารและน้ำสมบูรณ์
มดแดง ไม่สามารถแยกแยะได้ชัดเจนว่า มดแดงตัวใดเป็นมดงาน
มดพยาบาล หรือมดทหารเหมือนกับปลวก เนื่องจากมดแดงตัวผู้สามารถทำหน้าที่ได้สมบูรณ์ทั้ง 3 กรณี คือ เป็นมดงานทำหน้าที่สร้างรังมด พยาบาลทำหน้าที่เลี้ยงตัวอ่อน และมดทหารทำหน้าที่ต่อสู้ขัดขวางผู้บุกรุกที่จะทำอันตรายแก่รังของมัน
การกำเนิดประชากรของมดแดง เริ่มจากแม่เป้งจะออกไข่ไว้ในรังที่ตัวมันสร้างเพียงตัวเดียวก่อน จำนวนไข่มีไม่มาก ประมาณ 100 – 500 ฟอง ในจำนวนไข่ทั้งหมดจะมีอยู่ 3 ลักษณะ คือ
ไข่มาก เป็นไข่ที่มีขนาดใหญ่ผิดธรรมดา จะฟักออกมาเป็นแม่เป้งมดแดง
ไข่ฝาก เป็นไข่ที่มีขนาดเล็กไม่โต ไม่เต่งเหมือนไข่มาก จะฟักตัวออกมา
เป็นตัวมดแดงธรรมดา เมื่อไข่ทั้งหมดกลายเป็นตัวอ่อนและเติบโตขึ้นก็กลายเป็นประชากรมดแดงที่มีจำนวนมาก และจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีแม่เป้งเพิ่มขึ้นหลายตัว นอกจากนี้ต้องมีปัจจัยด้านน้ำและอาหารสมบูรณ์ด้วย
ไข่มดดำ เป็นไข่ที่มีขนาดเล็กอกสีดำ พอฟักออกเป็นตัวจะเป็นมดดำมีปีกแล้วบินหนีไปในที่สุด
การสร้างรัง
รังมดแดง
มดแดงทุกตัวจะมีเส้นใยพิเศษที่ได้จากน้ำลายและกรดมดจากท้องของมัน ลักษณะของใยสีขาว (เมื่อแห้งแล้วอ่อนนุ่มและเหนียวคล้ายสำลี) มดแดงจะดึงใบไม้มายึดติดกันโดยใช้ใยนี้เอง ส่วนมากจะสร้างรังเป็นรูปทรงกลม สามารถป้องกันน้ำฝนได้
แม่เป้ง จะออกไข่ให้มดแดงเลี้ยงดูกระทั่งฟักเป็นตัวอ่อน และตัวอ่อนจะได้รับการป้อนน้ำ ป้อนอาหารตลอดเวลา ถ้าหากได้รับอาหารอย่างเพียงพอ จะเจริญเติบโตเป็นมดแดงอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลา 5 – 10 วัน
มดแดง ชอบสร้างรังอยู่หนาแน่นบนต้นไม้ที่มีใบดกถาวร ไม่ผลัดใบง่าย อยู่ใกล้แหล่งน้ำธรรมชาติ เช่น ริมลำธาร หนองน้ำ หรือแอ่งน้ำธรรมชาติ เนื่องจากมดแดงต้องการน้ำมากไว้ใช้ในการสร้างกรดมดบรรจุไว้ส่วนท้อง เพื่อนำไปใช้ในการดำรงชีวิต
ต้นไม้ที่มดแดงชอบสร้างรัง เช่น ต้นมะม่วง ต้นสะเดา ต้นจิก ต้นไทร ต้นโพธิ์ ต้นกระบาก และต้นขี้เหล็ก เป็นต้น ควรเลือกต้นมะม่วงจะเหมาะมาก เพราะใบใหญ่และใบเหลืองช้า ถ้าหากเลือกต้นไม้ที่ผลัดใบง่าย เมื่อใบเหลืองมดแดงจะทิ้งรังทันที
มดแดง มีวิธีส่งสัญญาณให้พวกเดียวกันรู้อย่างรวดเร็ว เช่น มีศัตรูบุกรุกรัง หรือมีอาหาร ซึ่งมดแดงมีวิธีการรักษาอาหารไม่ให้เน่าเหม็นด้วยการฉี่รดเพราะฉี่ของมดแดงมีกรดน้ำส้ม ช่วยรักษาสภาพของอาหารไม่ให้เน่าเปื่อยได้ เช่นเดียวกับการดองอาหารด้วยน้ำที่มีรสเปรี้ยว เช่น กรดมะนาว ฯลฯ ของมนุษย์เรา
ประโยชน์ของการเลี้ยงมดแดง
มดแดง เป็นแมลงชนิดหนึ่งที่จัดอยู่ในประเภทแมลงที่เป็นประโยชน์ทางการเกษตร แต่คนส่วนใหญ่จะไม่ทราบและเข้าใจลึกซึ้งถึงประโยชน์ที่ได้รับจากมดแดง ทำให้ทำลายมดแดงไปด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เช่น การใช้สารเคมีฆ่าแมลง ทำให้มดแดงต้องตายไปด้วย
มดแดง ช่วยป้องกันและกำจัดหนอนศัตรูพืชและแมลงที่เป็นศัตรูพืชต่าง ๆ เช่น เพลี้ยต่าง ๆ หนอน ตั๊กแตน จักจั่นสีเขียว เมื่อเห็นว่ามดแดงมีความสามารถที่จะกำจัดและควบคุมศัตรูพืชให้อยู่ในระดับสมดุลทางธรรมชาติ ทำให้ลดการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชลงได้ ช่วยให้ลดอันตรายที่จะเกิดขึ้นต่อตัวเกษตรกรและสภาพแวดล้อม
นอกจากนี้ ไข่มดแดงยังเป็นเมนูจานเด็ดอย่างหนึ่งในตำรับอาหารอีสาน อาทิ ก้อย ยำไข่มดแดง ไข่เจียวใส่ไข่มดแดง แกงขี้เหล็กใส่ไข่มดแดง เป็นต้น ไข่มดแดงนั้นชาวอีสานชอบกันมาก ส่วนราคาซื้อขายนับว่าค่อนข้างแพง แค่ 2 – 3 หยิบมือ ก็ตกประมาณ 10 – 20 บาท โดยที่ไข่มดแดง 1 รัง อาจกระทุ้งนำไข่มาขายได้ไม่น้อยกว่า 50 บาท/รัง

ก้อยไข่มดแดง
ก้อยไข่มดแดง อาหารชั้นสูง(อยู่บนต้นไม้ไง)
แกงผักหวานใส่ไข่มดแดง

แกงผักหวานใส่ไข่มดแดง อีกเมนูหนึ่งที่สุดแสนอร่อย

วิธีการแหย่ไข่มดแดงโดยใช้ท่อพีวีซี
วิธีการแหย่ไข่มดแดง
READ MORE - วิธีการเลี้ยงมดแดง

ความรู้ใหม่สำหรับชาวโลก วงแหวนรอบดาวเสาร์มีรัศมีถึง 13 ล้านกิโลเมตร

ภาพวาดจำลองวงแหวนยักษ์ของดาวเสาร์ที่พบใหม่ โดยดาวเสาร์ที่เห็นเป็นจุดเล็กๆ ถูกขยายออกมาให้เห็นในภาพวงกลม (เอพี/นาซา)
ภาพจำลอง วงแหวนดาวเสาร์
พบวงแหวนวงใหญ่รอบดาวเสาร์ ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน จับภาพไม่ได้ด้วยแสงปกติ แต่กล้องสปิตเซอร์จับภาพจากสัญญาณอินฟราเรด เป็นวงแหวนบางๆ ที่ขอบวงแหวนอยู่ห่างดาวเสาร์ไกลออกไป 13 ล้านกิโลเมตร และเอียงจากวงแหวนเดิม 27 องศา

เอพีระบุว่า ห้องปฏิบัติการจรวดขับเคลื่อนความดัน (Jet Propulsion Laboratory) หรือเจ็ทแล็บ (Jet Lab) ขององค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐฯ (นาซา) ได้พบวงแหวนขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นอนุภาคฝุ่นและน้ำแข็งที่เรียงตัวกันบางๆ อยู่ห่างออกมาจากระบบดาวเสาร์

วงแหวนขอบในอยู่ห่างออกมาประมาณ 6 ล้านกิโลเมตร ส่วนวงแหวนขอบนอกอยู่ไกลออกไป 13 ล้านกิโลเมตร และวงแหวนทำมุมเอียงกับวงแหวนหลักที่รู้จักกันดีอยู่แล้ว 27 องศา

วงแหวนดังกล่าว กระเจิงแสงที่ตามองเห็น และไม่สะท้อนออกมากนัก จึงจับภาพไม่ได้ด้วยแสงธรรมดา แต่กล้องโทรทรรศน์อวกาศสปิตเซอร์ (Spitzer) สามารถบันทึกภาพของวงแหวนดังกล่าว ไว้ด้วยแสงย่านรังสีอินฟราเรด

แม้ฝุ่นของวงแหวนจะมีอุณหภูมิค่อนข้างต่ำ คือ -158 องศาเซลเซียส แต่ก็ยังแผ่รังสีความร้อนออกมา ซึ่งวิทนีย์ คลาวิน (Whitney Clavin) โฆษกของเจ็ทแล็บกล่าวว่า ไม่เคยยมีใครเห็นตำแหน่งของวงแหวนดังกล่าว โดยใช้เครื่องมืออินฟราเรดมาก่อน

ความใหญ่ของวงแหวนดังกล่าว ก็มีที่ว่างมากพอจะบรรจุโลกลงไปได้ถึง 1 พันล้านใบ และก่อนการค้นพบครั้งนี้ ทราบกันว่าดาวเสาร์นั้นมีวงแหวนที่มีชื่อไล่ตามอักษรอังกฤษ A ถึง F และวงแหวนจางๆ อีก 2-3 วงที่ยังไม่ได้ตั้งชื่อ สำหรับการค้นพบครั้งนี้ได้รับการตีพิมพ์ลงวารสารเนเจอร์ (Nature)

"อนุภาคของวงแหวนนั้นเล็กมากๆ ดังนั้นวงแหวนนี้จึงบางมากๆ ด้วย และโดยความเป็นจริงแล้ว ต่อให้คุณไปยืนอยู่ในวงแหวน คุณก็ไม่รู้เลยว่านั่นคือวงแหวน ในปริมาตร 1 ลูกบาศก์กิโลเมตรของวงแหวน มีอนุภาคให้เห็นแค่ 10-20 อนุภาคเท่านั้น" ดร.แอนน์ เวอร์บิสเซอร์ (Anne Verbiscer) นักดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย (University of Virginia) ในชาร์ลอตต์วิลส์ สหรัฐฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมวิจัยให้ความเห็นกับทางบีบีซีนิวส์

ทั้งนี้สปิตเซอร์ได้จับภาพการแผ่รังสีอินฟราเรดของอนุภาคฝุ่น ที่มีขนาดเพียง 10 ไมครอน แต่ก็มีขนาดของอนุภาคหลายขนาด บางอนุภาคใหญ่กกว่านั้น หรือบางอนุภาคก็เล็กกว่า

อีกทั้งในการสร้างแบบจำลองยังชี้ให้เห็นว่า แสงอาทิตย์ได้ฉายลงบนเม็ดฝุ่นเหล่านี้ แล้วเกิดเป็นเงาตกลงบน ไอเอเปตัส (Iapetus) ดวงจันทร์ของดาวเสาร์ที่โคจรรอบๆ ดาววงแหวนที่ระยะห่าง 3.5 ล้านกิโลเมตร
Iapetus
ภาพดวงจันทร์ไออาเปตัส ซึ่งด้านขวาจะเห็นเงาดำพาดทับ (บีบีซีนิวส์/นาซา)

สำหรับสมาชิกผู้ร่วมทีมวิจัยกับ ดร.แอนน์ประกอบด้วย ดักลาส แฮมิลตัน (Douglas Hamilton) จากคอลเลจปาร์ก (College Park) มหาวิทยาลัยแมรีแลนด์ (University of Maryland) และไมเคิล สครูทสกี (Michael Skrutskie) จากมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย (University of Virginia) เช่นเดียวกัน

link: http://forum.khonkaenlink.info/index.php/topic,116501.new.html#new
READ MORE - ความรู้ใหม่สำหรับชาวโลก วงแหวนรอบดาวเสาร์มีรัศมีถึง 13 ล้านกิโลเมตร

"ลิงใหญ่"ต้นตระกูลมนุษย์ เกิดขึ้นบนโลกเมื่อ 4 ล้านปีที่แล้ว


วิดีโอประกอบการอธิบาย วิวัฒนาการของมนุษย์ โดยชาลส์ ดาร์วิน และ The Naked Ape


บรรพบุรุษ มนุษย์
เปิดฟอสซิลหลักฐานบรรพบุรุษมนุษย์ยุคโบราณชิ้นใหม่ที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดเท่าที่เคยขุดค้นพบ เป็นโครงกระดูกลิงใหญ่ (Ape) เพศเมีย ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ขนานนามว่า "อาร์ดี" ย่อมาจาก "Ardipithescus ramidus" (Ardi) มีชีวิตอยู่บนพื้นโลกย้อนเวลากลับไปประมาณ 4.4 ล้านปีในทวีปแอฟริกา

ดร.ทิม ไวต์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยวิวัฒนาการมนุษย์ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา หนึ่งในผู้ศึกษาฟอสซิลอาร์ดี กล่าวว่า ฟอสซิลชิ้นแรกๆ ขุดพบในเขตอาร์ฟาริฟต์ ประเทศเอธิโอเปีย เมื่อปีพ.ศ.2535 ในสภาพถูกบดแหลกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย 175 ชิ้น คณะทำงานซึ่งประกอบด้วยนักวิทยาศาสตร์นานาชาติ 47 คนต้องใช้เวลา 17 ปีกว่าจะบูรณะและปะติดปะต่อจนออกมาเป็นรูปเป็นร่างสำเร็จ เพื่อเปรียบเทียบกับฟอสซิลบรรพบุรุษมนุษย์ที่พบก่อนหน้า

"ฟอสซิลชุดนี้มีความสมบูรณ์มากพอสมควรในแง่ของโครงสร้างกะโหลก มือ เท้า และชิ้นส่วนสำคัญอื่นๆ นับเป็นการค้นพบเกี่ยวกับวิวัฒนาการมนุษย์ครั้งใหญ่" ดร.เดวิด พิลบีม ภัณฑารักษ์แผนกดึกดำบรรพ์วิทยาประจำพิพิธภัณฑ์โบราณคดีและชาติพันธุ์วิทยา มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด กล่าว

ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าการศึกษาฟอสซิลอาร์ดีจะช่วยไขคำตอบที่หายไป ซึ่งสามารถอธิบายถึงเส้นทางวิวัฒนาการที่แยกออกจากกันระหว่างลิงกับมนุษย์เมื่อหลายล้านปีก่อน เพราะฟอสซิลบรรพบุรุษมนุษย์ "ลูซี่" ซึ่งขุดค้นพบเมื่อปี 2517 ก็ยังมีอายุน้อยกว่าอาร์ดีถึง 1 ล้านปี

จากการตรวจสอบชี้ว่า อาร์ดีมีส่วนสูง 1.20 เมตร หนัก 50 กิโลกรัม ท่อนแขนยาว ฝ่ามือใหญ่แต่ไม่ยาว นิ้วมีความยืดหยุ่นดี ฟันบนสั้นและหนาคล้ายกับฟันมนุษย์ และต่างจากฟันของลิงชิมแปนซีที่แหลมคม เมื่อวิเคราะห์สารเคลือบฟันอาร์ดีคาดว่ากินผลไม้ ถั่ว และใบไม้เป็นหลัก ส่วนสาเหตุที่เชื่อว่าเป็นเพศเมียเนื่องจากโครงสร้างกะโหลกอาร์ดีมีขนาดเล็กและลำตัวบาง มีน้ำหนักตัวน้อย

วิวัฒนาการของมนุษย์
บรรพบุรุษ มนุษย์
READ MORE - "ลิงใหญ่"ต้นตระกูลมนุษย์ เกิดขึ้นบนโลกเมื่อ 4 ล้านปีที่แล้ว

หมอไทยคิดค้นแผ่นแป้งข้าวเจ้าซับเลือดรายแรกของโลก(ชาวนาเตรียมเฮ..ราคาข้าวขึ้นแน่)

ข้าวไทย
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 12 ต.ค. น.ส.สุจินดา โชติพานิช ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ดร.กอปร กฤติยากีรณ ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์ ดร.ศักรินทร์ ภูมิรัตน์ ผอ.สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ และ ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงวิไล ประธานโครงการรางวัลนักเทคโนโลยีดีเด่น ร่วมกันแถลงข่าวเปิดตัวผู้ได้รับรางวัลนักเทคโนโลยีดีเด่น และนักเทคโนโลยีรุ่นใหม่ประจำปี 2552 โดยในปีนี้ รศ.นพ.สิทธิพร บุณยนิตย์ จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้รับคัดเลือกให้ได้รับรางวัลนักเทคโนโลยีดีเด่น ประเภทบุคคล ได้รับรางวัลจำนวน 400,000 บาท จากผลงาน ข้าวเจ้ากรดห้ามเลือด ซึ่งเป็นแผ่นไฮโดรเจล ทำจากข้าวเจ้าหรือแป้งข้าวเจ้าไทย สามารถย่อยสลายได้ในร่างกายมนุษย์ ใช้ห้ามเลือดต่ออวัยวะอ่อนนุ่มที่ตกเลือดขณะผ่าตัด และ วัสดุเย็บแผลชนิดย่อยสลายได้ผลิตจากแป้งข้าวเจ้า โดยเป็นวัสดุเย็บแผลแบบเส้นใยเดี่ยวชนิดย่อยสลายได้ ใช้เย็บแผลหรืออวัยวะอ่อนนุ่มในร่างกายมนุษย์ขณะกำลังผ่าตัด ทั้งนี้ผลงานดังกล่าวนับว่าเป็นผลงานการคิดค้นที่เกิดขึ้นครั้งแรกในโลกอีกด้วย

รศ.นพ.สิทธิพร กล่าวว่า สำหรับผลงานดังกล่าวตนใช้เวลาคิดค้นมาเป็นเวลา 10 ปีแล้ว เนื่องจากเห็นว่าประเทศไทยมีทรัพยากรสำคัญคือข้าวเจ้า ที่มีคุณสมบัติทางชีวภาพที่น่าจะนำมาทำเป็นเครื่องมือทางการแพทย์ได้ เพราะที่ผ่านมาประเทศไทยต้องนำเข้าเครื่องมือ และวัสดุทางการแพทย์เหล่านี้เป็นมูลค่าสูงถึงปีละแสนกว่าล้านบาท แต่ส่งออกเพียงปีละไม่ถึงหมื่นล้านบาททั้งๆ ที่ประเทศไทยมีทรัพยากรที่น่าจะนำมาศึกษาวิจัยเพื่อผลิตเครื่องมือแพทย์ เช่นข้าวเจ้าได้ ดังนั้นจึงได้สนใจและได้ทำการศึกษาค้นคว้ามาตลอด เพราะข้าวเจ้ามีราคาถูก มีคุณสมบัติทางชีวภาพที่ดี จึงนำมาดัดแปลงเติมสารปรุงแต่งลงไป ทำให้ได้แผ่นข้าวเจ้ากรดห้ามเลือด มีฤทธิ์เป็นกรดเมื่อสัมผัสกับของเหลง เพื่อใช้ห้ามเลือดต่ออวัยวะอ่อนนุ่มที่ตกเลือดขณะผ่าตัดได้ มีความปลอดภัยสูง ราคาไม่แพง และยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วย

“ผมคิดว่าการนำข้าวเจ้ามาเพิ่มมูลค่าเป็นเครื่องมือทางการแพทย์นอกจากจะช่วยลดการนำเข้า จากเดิมที่เราต้องใช้ของต่างประเทศซึ่งทำจากเซลลูโลสราคาสูงถึงแผ่นละ 180 บาท เมื่อใช้แผ่นที่ทำจากข้าวเจ้านี้ต้นทุนลดลงเหลือเพียงไม่กี่สิบบาท ทำให้ลดค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดลงมาก นอกจากนี้ ยังเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรไทยที่ปลูกข้าว เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับข้าวเจ้าไทยอีกด้วย ขณะนี้ผลงานวิจัยนี้ได้จดสิทธิบัตรไทยเรียบร้อยแล้ว นับว่าเป็นการคิดค้นครั้งแรกของโลกที่นำเอาข้าวเจ้ามาทำเป็นแผ่นกรดห้ามเลือด รวมทั้งผ่านขั้นตอนการตรวจสอบวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการและทดสอบในสิ่งมีชีวิตจากสัตว์ทดลองโดยผ่านการรับรองจากคณะกรรมการจรรยาบรรณการใช้สัตว์ทดลอง และอยู่ระหว่างขั้นตอนการขอรับรองเชิงจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์เพื่อการทดสอบทางคลินิก คาดว่าอีกประมาณ 1 ปี ก็จะสามารถผลิตจำหน่ายเชิงพาณิชย์อุตสาหกรรมได้”รศ.สิทธิพรกล่าว

ขอบคุณ บทความดีๆจาก:ข่าวสด
READ MORE - หมอไทยคิดค้นแผ่นแป้งข้าวเจ้าซับเลือดรายแรกของโลก(ชาวนาเตรียมเฮ..ราคาข้าวขึ้นแน่)

น้ำตกตาดสูง

สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดกาฬสินธุ์
น้ำตกตาดสูง อยู่ในเขตอำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นน้ำตกธรรมชาติที่มีลานหินสไลเดอร์ธรรมชาติกว้างใหญ่ มีบรรยากาศตามธรรมชาติที่เย็นสดชื่น นำความประทับใจให้แก่ผู้มาท่องเที่ยวอย่างยิ่ง มีลักษณะเด่น และสำคัญคือ เป็นน้ำตกธรรมชาติที่สวยงามแห่งหนึ่ง ส่วนการเข้าถึงนั้น เดินทางตามเส้นทาง 2030 กุฉินารายณ์ – คำชะอี และแยกไปทางขวามือที่บ้านโคกโก่ง เป็นระยะทาง 6 กิโลเมตร
น้ำตกตาดสูง จังหวัดกาฬสินธุ์





READ MORE - น้ำตกตาดสูง

อุทยานสัตว์ป่าลำปาว (สวนสะออน)

อุทยานสัตว์ป่าลำปาว (สวนสะออน)


อุทยานสัตว์ป่าลำปาว ตั้งอยู่ บริเวณทิศตะวันออกเฉียงเหนือของอ่างเก็บน้ำเขื่อนลำปาว อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์

ในบริเวณอุทยานสัตว์ป่าลำปาว หรือที่รู้จักและเรียกกันโดยทั่วไปว่า สวนสะออนนี้ได้มีการปรับปรุงพื้นที่และบริเวณเพื่อเป็นการรักษาสภาพป่าธรรมชาติ ส่วนใหญ่เป็นป่าไม้เต็ง ไม้แดง ที่ค่อนข้างสมบูรณ์ ทั้งยังดูแลให้สะอาด ร่มรื่น สวยงาม ปลูกต้นไม้เพิ่มเติม จัดแบ่งพื้นที่ภายในบริเวณสวนสะออนออกเป็นส่วนๆ กั้นรั้วตาข่ายรอบบริเวณเพื่อนำสัตว์ป่านานาชนิดของเมืองไทยมาปล่อยไว้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วัวแดง สัตว์ป่าหายากในเมืองไทยที่เจริญเติบโตและแพร่พันธุ์ได้ดีในป่าสวนสะออน จนกลายเป็นเอกลักษณ์ของอุทยานไปแล้ว นอกจากนี้ยังมีสัตว์ป่าหายากอื่นๆ อีกมากมาย เช่น ไก่ฟ้าพระยาลอ นกยูง ลิง ชะนี เหยี่ยว ฯลฯ สิ่งสำคัญที่ถือเป็นภารกิจหลักของสถานีพัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่าลำปาว คือ เป็นสถานที่ที่ให้การศึกษาด้านป่าไม้ สัตว์ป่า นิเวศวิทยา ธรรมชาติวิทยาแก่เยาวชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา นักวิชาการและประชาชนทั่วไป เปรียบได้กับห้องเรียนธรรมชาติที่ใช้ธรรมชาติรอบตัวเป็นตำราเรียน มีเจ้าหน้าที่ของสถานีฯ คอยให้การแนะนำให้ข้อมูล ความรู้ ทั้งด้านตำรา เอกสาร การจัดแสดงนิทรรศการ การจัดค่ายอบรมและการให้บริการสถานที่ในการจัดกิจกรรม อยู่ค่ายพักแรม และจัดกิจกรรมด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้ได้เรียนรู้จากสภาพจริง

สิ่งอำนวยความสะดวกในอุทยานสัตว์ป่าลำปาว

มีอาคารที่ทำการที่ให้บริการข้อมูล ความรู้ การจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับป่าและสัตว์ธรรมชาติ รวมถึงการอนุรักษ์ การบำรุงรักษา มีค่ายอบรมสัมมนา ที่พักแรม มีเจ้าหน้าที่ไว้เป็นวิทยากรร่วมในการจัดกิจกรรมค่ายพักแรมของโรงเรียนที่มาขอใช้สถานที่ มีหอประชุม ลานรอบกองไฟ จัดเส้นทางเดินป่า สถานที่พักผ่อน เขตศึกษาพันธุ์สัตว์ป่า พันธุ์พืชธรรมชาติ และสวน สุขภาพ เป็นต้น

เส้นทางเข้าสู่อุทยานสัตว์ป่าลำปาว
จากกาฬสินธุ์ไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข ๒๐๙ (กาฬสินธุ์-มหาสารคาม) ถึงกิโลเมตรที่เลี้ยวขวาเข้าไปอีกประมาณ ๒๖ กิโลเมตร (บริเวณใกล้เคียงกับเขื่อนลำปาว และหาดดอกเกด จึงใช้เส้นทางเดียวกัน)










READ MORE - อุทยานสัตว์ป่าลำปาว (สวนสะออน)