ชายวิปริต กินเลือดภรรยาตัวเอง แวมไพร์ในร่างมนุษย์

22.8.54

ชายวิปริต กินเลือดภรรยาตัวเอง แวมไพร์ในร่างมนุษย์
แวมไพร์ผีฝรั่งที่ดื่มเลือดคนเป็นอาหารใครว่ามีแต่ในนิยาย เมื่อเกิดกรณีดื่มเลือดคนสด ๆ ขึ้นมาจริง ๆ ทั้งตัวต้นเหตุก็ไม่ใช่ผี แล้วก็ไม่ใช่ฝรั่งด้วย แต่เป็นชายแดนภารตะคนหนึ่ง ที่ดื่มเลือดสด ๆ ของภรรยาตัวเองมานานติดต่อกันถึง 3 ปี จนในที่สุดภรรยทนไม่ไหวต้องวิ่งโร่ไปแจ้งตำรวจ



แหล่งข่าวจากเว็บไซต์ weirdasianews.com บอกเล่าข่าวประหลาดชวนสะอิดสะเอียน เกิดขึ้นที่ จังหวัดดาโมห์ ของอินเดีย เมื่อหญิงรายหนึ่งไม่เปิดเผยนามวัย 22 ปี เข้าขอความช่วยเหลือจากตำรวจหลังจากถูก นายมายะห์ ปราเดช สามีตัวเองดื่มเลือดมา 3 ปีเต็ม โดยสาวเคราะห์ร้ายแต่งงานกับสามีคนนี้เมื่อปี 2550 แรกนั้นก็ยังปกติดี แต่เพียงไม่กี่เดือนคล้อยหลัง สามีของเธอก็เริ่มบังคับให้เธอสละเลือดตัวเองให้เขาดื่ม โดยใช้เข็มฉีดยาสูบเลือดจากแขนของเธอมาใส่แก้วแล้วกระดกสด ๆ ทั้งอุ่น ๆ ข้น ๆ อย่างนั้น ซึ่งเขาอ้างว่าทำให้มีกำลังวังชาแข็งแรง นายมายะห์ก็ทำเช่นนั้นเรื่อยมา แม้ในช่วงที่เธอตั้งครรภ์ลูกน้อยของเขา หนุมเพี้ยนคนนี้ก็ยังไม่เว้น ส่วนตัวเธอเองแม้จะไม่ยินยอม แต่ก็ต้องจำนนเพราะหากเธอขัดขืนสามีคนนี้ก็จะใช้กำลังทุบตีทำร้ายร่างกาย เหตุการณ์เป็นเช่นนี้เรื่อยมา จนในที่สุดเส้นความอดทนของเธอขาดผึง หอบผ้าผ่อนพร้อมลูกน้อยหนีกลับไปบ้านพ่อแม่ไปเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ฝ่ายพ่อแม่ของเธอเมื่อได้รับรู้เรื่องราวก็ยิ่งตระหนกกับพฤติกรรมผีดิบของลูกเขย พาลูกสาวเข้าแจ้งความกับตำรวจในท้องถิ่น แต่โชคร้ายไม่สามารถดำเนินการใด ๆ ได้เพราะเป็นคนละท้องที่กับแหล่งเกิดเหตุ ครอบครัวสาวเคราะห์ร้ายเลยต้องย้ายไปแจ้งความที่สถานีตำรวจฮินโดริยะ ซึ่งเป็นท้องที่พำนักของเธอกับสามี แต่เคราะห์ซ้ำกรรมซัดอีกที่ตำรวจไม่รับแจ้ง เพราะไม่เห็นหนทางจะจัดการกับปัญหาภายในครอบครัวอย่างไร สุดท้ายชาวบ้านผู้ได้รับรู้เรื่องราวทนไม่ไหว ผนึกกำลังกันกดดันจนคุณตำรวจรับแจ้งความจนได้ โดยสามีผีดิบคนนี้จะถูกดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกายให้ได้รับบาดเจ็บ

โอย ไม่รู้ไปเอาความคิดวิปริตแบบนี้มาจากไหนกัน ดีนะที่ในที่สุดสาวเจ้าก็ไหวตัวหนีหลุดมาจากนรกบนดินได้ ไม่งั้นมีหวังโดนสูบจนเลือดหมดตัวเข้าสักวันล่ะ หยึย!
READ MORE - ชายวิปริต กินเลือดภรรยาตัวเอง แวมไพร์ในร่างมนุษย์

แห่ดูอึ่งอ่างสีทองลายคล้ายใบโพธิ์

22.7.54

แห่ดูอึ่งอ่างสีทองลายคล้ายใบโพธิ์
เมื่อวันที่ 17 ก.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีคนพบอึ่งอ่างสีทองอยู่ในบ้านในซอยเยาวราช ม.7 ต.คลองขุด อ.เมืองสตูล จากนั้นจึงรุดไปตรวจสอบที่บ้านของนายธีรยุทธ เดชพิชัย อายุ 27 ปี เจ้าของบ้านและเจ้าของอึ่งอ่างสีทอง จากนั้นนายธีรยุทธได้นำอึ่งอ่างสีทองที่เลี้ยงอยู่ในกะละมัง โดยรองด้วยผ้าขาวและมีน้ำใส่ขันน้ำไว้ให้ ซึ่งจากการตรวจสอบเป็นอึ่งอ่าง ที่มีลำตัวขนาดยาวประมาณ 2 นิ้ว กว่า ที่ลำตัวเป็นสีทองเหลืองอร่าม และมีลวดลายเหมือนใบไม้มองดูคล้ายใบโพธิ์ สวยงามมาก และแปลกประหลาดไปจากตัวอึ่งอ่างอื่นๆมาก



นายธีรยุทธ เดชพิชัย อายุ 27 ปี เล่าว่า ตนทำงานอยู่ที่ห้างเทสโก้โลตัส สาขาสตูล ซึ่งตั้งอยู่ในท้องที่อ.ควนโดน จ.สตูล ซึ่งเมื่อคืนเวลา 23.00 น. ตนตื่นมาเพื่อที่จะไปทำงานอยู่ช่วงต่อพนักงานคนอื่น พอตื่นขึ้นมาก็พบอึ่งอ่างสีทองอยู่บนพื้นในบ้านด้านหน้า พบว่าตัวของอึ่งอ่างซึ่งตนตั้งชื่อว่าทองนั้นมีสีเหลืองดั่งทองเปล่งประกายออกมา แปลกประหลาดมาก ตนไม่เคยเห็นแบบนี้มาก่อน ตนเลยถ่ายภาพด้วยกล้องโทรศัพท์ไว้แล้วเปิดไฟ จากนั้นก็นำไปเก็บเลี้ยงไว้ แล้วไปทำงาน



โดยอึ่งอ่างสีทองจะหลบนอนในที่เย็นและมืด พอชาวบ้านทราบข่าวก็มาดูตั้งแต่เช้าตนไม่ได้นอนนอนก็ต้องออกมาให้เขาดูคนที่มาดูก็บอกว่าท่านมาให้โชคลาภและมีการดูเลขตีเลขกันต่างๆนานา และแนะนำให้ตนเอานมให้กิน ตอนแรกเอาหนอนนกให้กินก็ไม่กิน ตอนนี้ยังไม่กินอะไรเลย จะหาจิ้งหรีดให้กินก็หาไม่ได้ กำลังจะซื้อนมมาให้กิน คิดว่าจะเลี้ยงไว้ต่อไป

ขอบคุณที่มา
http://www.khaosod.co.th
READ MORE - แห่ดูอึ่งอ่างสีทองลายคล้ายใบโพธิ์

สะพานไห่วานสะพานที่ยาวสุดในโลก(41.58 กิโลเมตร)

8.7.54

สะพานที่ยาวที่สุดในเอเชีย
รัฐบาลจีนได้รับคำวิจารณ์ว่า เร่งสร้างสะพานไห่วานที่ยาวสุดในโลกเพื่อให้ทันวันฉลองครบรอบ 90 ปีพรรคคอมมิวนิสต์ (1 ก.ค) ซึ่งการก่อสร้างในวันส่งมอบงานยังไม่เรียบร้อย แหวนสกรูราวสะพานยังไม่ได้ขันให้แน่น อาจเกิดปัญหาเรื่องความปลอดภัยได้
สะพานที่ยาวที่สุดในเมืองจีน


โกลบอลไทมส์ สื่อกระบอกเสียงรัฐบาลจีนเผยว่า “ด้วยความเร่งรีบที่ต้องสร้างสะพานให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ 1 ก.ค.เพื่อเฉลิมฉลองนั้นฯ แหวนสกรูบนราวสะพานที่สูง 15 เมตร ยังไม่ได้ขันให้แน่นครบทั้งหมด”


สะพานไห่วานนับเป็นสะพานข้ามทะเลที่ยาวที่สุดในโลก ใช้เวลาในการก่อสร้างทั้งสิ้น 4 ปี มีความยาวโดยรวม 41.58 กิโลเมตร กว้าง 35 เมตร ใช้คอนกรีตเสริมเหล็กอย่างดีในการก่อสร้าง รับประกันอายุการใช้งานนาน 100 ปี โดยใช้งบประมาณในการลงทุนมากกว่า 10,000 ล้านหยวน



นอกจากนั้นซีซีทีวีของจีนรายงานเมื่อต้นสัปดาห์นี้ว่า “ระบบไฟฟ้าก็เพิ่งจะติดตั้งก่อนวันเปิดสะพานเพียงวันเดียว (30 มิ.ย.) ซึ่งในทางความจริงจะต้องใช้เวลาอย่างน้อยอีก 2 เดือนสะพานถึงจะสมบูรณ์แบบ”


แรงงานก่อสร้างสะพานให้สัมภาษณ์กับซีซีทีวีในขณะที่กำลังไขแหวนสกรูอยู่บนราวสะพาน ว่า “เวลาก่อสร้างใกล้หมดแล้ว”


หนังสือพิมพ์โกลบอลไทมส์ยกคำกล่าวของหัน ปิน ผู้เชี่ยวชาญด้านสะพานแห่งมหาวิทยาลัยเป่ยจิงเจียวทงว่า “เพื่อต้องการมอบของขวัญให้ทันวันสถาปนาพรรคคอมมิวนิสต์ครบ 90 ปี (1 ก.ค.) แรงงานหลายคนไม่สามารถหยุดงานได้จนกว่าสะพานจะเสร็จและเปิดใช้การได้”
จีนมักจะกำหนดวันเปิดสิ่งก่อสร้างสำคัญให้สอดคล้องกับวันครบรอบเฉลิมฉลองก่อตั้งพรรคในวันที่ 1 ก.ค. หรือวันชาติ 1 ต.ค. เพื่อสะท้อนให้เห็นความสำเร็จของรัฐบาล



อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวซินหวายกคำสัมภาษณ์ของเส้า ซินเผิง หัวหน้าทีมวิศวกรก่อสร้างสะพานฯ (6 ก.ค.) ซึ่งยืนยันว่า สะพานปลอดภัยและพร้อมใช้งาน “สิ่งก่อสร้างที่เป็นรองไม่สำคัญเท่าตัวสะพาน ไม่กระทบต่อการเปิดใช้สะพาน ส่วนเรื่องระบบไฟนั้นเป็นเพียงเรื่องความสวยงามเท่านั้น”


อย่างไรก็ตามชาวเน็ตจีนไม่เชื่อ พร้อมชี้ว่าวิศวกรและรัฐบาลท้องถิ่นโฆษณาชวนเชื่อเรื่องความปลอดภัย
สะพานที่เปิดในวันฉลองครบรอบ 90 ปีพรรคคอมมิวนิสต์


สะพานไห่วานสะพานที่ยาวสุดในโลก(41.58 กิโลเมตร)

สะพานเมืองจีน

สะพานที่ยาวที่สุดในโลก
READ MORE - สะพานไห่วานสะพานที่ยาวสุดในโลก(41.58 กิโลเมตร)

'ส้มตำโบราณ' ทำเงินแบบไม่ต้องใช้ครก

5.3.54

ส้มตำโบราณ
ขาย “ส้มตำ” อาจจะคิดว่า ต้องใช้ครก ใช้สากแบบเต็มรูปแบบ แต่มีส้มตำแบบโบราณที่ไม่ต้องมีครก-สากก็สามารถเป็นส้มตำได้ อย่าง “ส้มตำโบราณ” ที่ปราณบุรี ที่เป็น “ช่องทางทำกิน” กรณีศึกษาในวันนี้...

สายฝน แสงพรม หรือ แม่แหม่ม เป็นเจ้าของร้านส้มตำโบราณแม่แหม่ม เจ้าตัวเล่าว่า ส้มตำโบราณนี้ตนเองเพิ่งจะมาขายได้ไม่นาน แต่จริง ๆ แล้วมีขายมาตั้งแต่สมัยรุ่นยาย และเมื่อหลายปีก่อนตนก็เคยขายไว้รอบหนึ่ง เพื่อเป็นรายได้เสริม เพราะมีลูกหลายคน ต้องส่งเรียนหนังสือ แต่ตอนหลังไม่สบาย จึงได้เลิกขายไปช่วงหนึ่ง เพื่อรักษาตัว เมื่อทางราชการได้มาบูมถนนคนเดิน ที่สถานีรถไฟปราณบุรี ก็ได้ออกมาขายอีกครั้ง ส่วนสูตรส้มตำโบราณนี้ก็เป็นสูตรมาตั้งแต่รุ่นยายซึ่งตนก็เป็นฝ่ายรับช่วงต่อมา ส้มตำโบราณนี้ เป็นส้มตำที่ไม่ต้องใช้ครก เน้นใช้ของทะเลเป็นส่วนประกอบหลัก อาทิ ปลาหมึกตากแห้ง ปีกปลาหมึกตากแห้ง ไข่ปลาหมึก ปลาหวาน หอยเสียบ ส่วนผักสดมี มะละกอดิบ และแตงกวา ราดด้วยน้ำจิ้ม 3 แบบ คือ ซอสแดง, น้ำจิ้มเผ็ดมาก มีรสเปรี้ยว และน้ำจิ้มเผ็ดกลาง มีรสชาติหวาน อุปกรณ์ที่ใช้เป็นอุปกรณ์เบ็ดเตล็ดทั่วไปที่ใช้ในครัวเรือน แต่จะใช้เตาถ่าน ตะแกรงปิ้ง ถาด สำหรับปิ้งปลาหมึก และของสดอื่น ๆ กล่องพลาสติกสำหรับใส่มะละกอ และแตงกวา และโถแก้วสำหรับใส่น้ำจิ้ม 3 โถ ตะบวย เครื่องปั่น มีดสำหรับสับมะละกอ ฯลฯ

มะละกอดิบ แต่ละวันใช้ประมาณ 10 กก. ล้างให้สะอาด ปอกเปลือกให้เรียบร้อย ค่อย ๆ สับลงไป และขูดออกเป็นเส้น ๆ เหมือนทำมะละกอส้มตำ ส่วนแตงกวานั้นให้ผ่าครึ่งตามยาว แล้วซอยเป็นชิ้น ๆ จากนั้นใส่กระติกน้ำขนาดกลาง โดยใส่มะละกอลงไปจำนวนหนึ่งก่อน ใส่แตงกวาลงไป ตามด้วยมะละกอ และแตงกวา สลับกันไปเป็นชั้น ๆ จากนั้นใส่น้ำแข็งบดแช่เย็นแล้วปิดฝา เตรียมไว้ ส่วนของทะเล มีปลาหวาน ใช้ปลาริวคิว กก.ละ 240 บาท ใช้คราวละ 2 กก., หอยเสียบ ราคา กก.ละ 300 บาท ใช้ 300 กรัม, ไข่ปลาหมึก 2 กก. ราคา กก.ละ 300 บาท ปีกปลาหมึกตากแห้ง แบบเป็นแผ่น ๆ กก. ละ 300 บาท ใช้ 1.5 กก. และปลาหมึกตากแห้งแบบตัวเล็ก หรือปลาหมึกกะตอย กก. ละ 300 บาท ใช้ 1.5 กก.

ปลาหมึกตัวเล็ก ให้ตัดเป็นชิ้นเล็ก 1 ตัวตัดได้ 2 ชิ้น นำไปเสียบไม้ ไม้ละ 7 ชิ้น แล้วนำไปย่าง ปีกปลาหมึกตากแห้ง ใช้กรรไกรตัดเป็นชิ้นเล็ก ๆ เสียบไม้ ไม้ละ 8 ชิ้นเช่นกัน แล้วนำไปย่าง ปลาหวานใช้กรรไกรตัดเป็นชิ้น ๆ นำไปทอด ไม่ต้องเสียบ หอยเสียบนำมาเสียบไม้ละ 12 ตัว แล้วนำไปย่าง ส่วนไข่ปลาหมึก ซื้อมาเป็นแท่งยาว ๆ นำไปตากแดด 1 แดดก่อนแล้วนำมาเสียบ ไม้ ไม้ละ 5 ชิ้น แล้วนำไปย่าง ซึ่งจะขายราคาไม้ละ 15 บาท

แต่ละอย่าง เมื่อทอด และย่างมาจากบ้านแล้ว ใส่กล่องแพ็กเตรียมไว้ ก่อนวางขาย ให้จิ้มซอสแดงแล้ววางเรียงบนถาดให้เรียบร้อย

สำหรับน้ำจิ้มมี 3 แบบ แบบแรกคือ ซอสแดง สำหรับจิ้มของทุกชนิดก่อนขาย และใช้เป็นน้ำจิ้มสำหรับ
จิ้มปลาหมึกตอนขาย ซึ่งมีส่วนผสมของน้ำตาลปึก 2 กก. นำไปเคี่ยวให้ละลาย จากนั้นใส่ซอสแดงที่ใส่ก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟ 2 ถุง (ถุงละ 5 บาท) ลงไป ส่วนน้ำจิ้มอีก 2 อย่าง มีน้ำจิ้มแบบเผ็ดมาก แต่มีรสเปรี้ยว และน้ำจิ้มเผ็ดปานกลาง แต่มีรสหวาน วิธีทำน้ำจิ้มแบบเผ็ดมาก ให้ละลายน้ำตาลปึก 2 กก. กับน้ำเปล่า 2 ลิตร และหัวน้ำส้มสายชู 1/2 กก. ให้เข้ากัน พักไว้ จากนั้นตำพริกขี้หนู 1/2 กก. และกระเทียม 9 กลีบ เข้าด้วยกัน และใส่เกลือลงไป 2 ช้อนชา แล้วนำไปผสมกับส่วนผสมชุดแรก ซึ่งวิธีทำน้ำจิ้มนี้สามารถใช้เครื่องปั่นก็ได้ เสร็จแล้วนำน้ำจิ้มที่ทำเสร็จแล้วใส่ในขวดโหลแก้วเตรียมไว้ ส่วนวิธีทำน้ำจิ้มเผ็ดปานกลาง แต่มีรสหวาน ให้ละลายน้ำตาลปึก 1.5 กก. และน้ำเปล่า 1.5 กก. ให้เข้ากัน จากนั้นตักน้ำจิ้มเผ็ดมากออกมา 3-4 ตะบวย ลงไปผสม ใส่โหลแก้ว เท่านี้เป็นอันเรียบร้อย วิธีขาย แม่แหม่มบอกว่า จะตั้งราคาขายตามของทะเลเป็นหลัก คือขายตามราคาไม้ ส่วนผักสด ได้แก่ มะละกอสับ และแตงกวา และน้ำจิ้ม ทางร้านจะให้ฟรี ซึ่งหลัก ๆ จะให้น้ำจิ้มเผ็ด (จะเป็นน้ำจิ้มแบบเผ็ดมาก หรือเผ็ดปานกลาง ก็แล้วแต่ลูกค้าจะเลือก) และซอสแดง วิธีทำเป็น “ส้มตำโบราณ” คือ คลุกมะละกอดิบสับ และแตงกวาสับ กับน้ำจิ้มให้เข้ากัน วางของทะเลตามที่ลูกค้าสั่งไว้ด้านบนให้สวยงาม เท่านี้ก็เรียบ ร้อย และจะให้ซอสแดงสำหรับจิ้มปลาหมึกเพิ่มด้วย

ถ้าลงทุนของประมาณ 2,000 บาท ขายหมดจะได้ 3,000 บาทขึ้นไป

ส้มตำโบราณร้านแม่แหม่ม ขายอยู่ที่ตลาดถนนคนเดิน 200 ปี หน้าสถานีรถไฟปราณบุรี บ้านเมืองเก่า หมู่ที่ 5 ตำบลปราณบุรี อำเภอปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ขายทุกวันเสาร์ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป หมายเลขโทรศัพท์ 08-6084-8210.

--@--คู่มือลงทุน ส้มตำโบราณ

ทุนอุปกรณ์ 5,000 บาทขึ้นไป
ทุนวัตถุดิบ 2,000 บาท/วัน
รายได้ 3,000 บาทขึ้นไป/วัน
แรงงาน 1-2 คนขึ้นไป
ตลาด ตลาดนัด/แหล่งชุมชน
จุดน่าสนใจ ขายเป็นรายได้เสริมได้
READ MORE - 'ส้มตำโบราณ' ทำเงินแบบไม่ต้องใช้ครก

วิธีการกัดกระจก

การกัดกระจกหรือการสร้างลวดลายบนกระจกนั้นเป็นงานที่ไม่ยากอย่างที่คุณคิด เพียงแค่มีใจรักในงานศิลป์ อาจสามารถทำเป็นอาชีพเสริมได้
วิธีการกัดกระจก



วัสดุอุปกรณ์


1. กระจกเงาหรือกระจกใส

2. กระดาษสติ๊กเกอร์สีเข้ม ๆ

3. กาวสำหรับติดแบบ

4. ภาพต้นแบบสำหรับกัดลาย (สีขาว - ดำ)

5. คัตเตอร์

6. ดินน้ำมัน

7. น้ำยากัดกระจก

8. ถุงมือยางและผ้าปิดจมูก

ขั้นตอนการทำ



1. หาแผ่นกระจกให้เหมาะสมกับขนาดของงานหรือรูปภาพที่จะใช้เป็นแบบกัดลาย และทำความสะอาดกระจกเสียก่อน
2. นำสติ๊กเกอร์สีเข้ม ๆ มาติดกระจกด้านที่ต้องการกัดลาย การติดสติ๊กเกอร์ต้องไล่อากาศออกให้หมดโดยใช้น้ำเป็นละอองให้ทั่วกระจก แต่อย่าให้เปียกชุ่ม แล้วจึงค่อยติดสติ๊กเกอร์ลงไปบนกระจก เลื่อนขยับให้เข้าที่ แล้วใช้ผ้าไปบนสติ๊กเกอร์ตามความยาวของแผ่นกระจกออกแรงกดเล็กน้อย น้ำและฟองอากาศจะเคลื่อนตัวออกมาจนแห้ง
3. นำภาพต้นแบบที่เป็นภาพขาว - ดำมาทากาว แล้วปิดทับลงบนสติ๊กเกอร์อีกชั้นหนึ่ง รอจนกาวแห้งติดสติ๊กเกอร์ดีแล้วจึงใช้คัตเตอร์แกะลายตามแบบ โดยแกะลวดลายเฉพาะส่วนที่ต้องการจะเอาออก
4. หลังจากแกะลายตามแบบเสร็จแล้วให้ดึงภาพต้นแบบออกจากนั้นนำดินน้ำมันมากั้นล้อมรอบขอบกระจก ระวังอย่าให้มีรอยรั่ว แล้วเทน้ำยากัดกระจก ให้ทั่วแผ่นทิ้งไว้ประมาณ 2 -3 ชั่วโมง เสร็จแล้วเทน้ำยาออกแล้วล้างด้วยน้ำสะอาดก่อน
5. ลอกสติ๊กเกอร์ออกจากกระจก จะเห็นเป็นลวดลายตามที่แกะเน้นสีขาวขุ่นให้ทำความสะอาดแผ่นกระจกด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง




READ MORE - วิธีการกัดกระจก