แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รวมเทคนิคการประดิษฐ์สิ่งประดิษฐ์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รวมเทคนิคการประดิษฐ์สิ่งประดิษฐ์ แสดงบทความทั้งหมด

วิธีการทำเครื่องสูบน้ำจากมอเตอร์ฉีดกระจกปัดน้ำฝน

4.2.56



เครื่องสูบน้ำตัวนี้สามารถใช้ได้กับไฟ 12 โวลต์ หรือใช้กับแผงโซล่าเซลล์รุ่น 10 วัตต์ได้ดี ผู้เขียนเคยลองมาแล้ว สามารถประยุกต์เป็นเครื่องพ่นยา พ่นปุ๋ยแบบพกพาได้ แถมมีราคาถูกอีกด้วย อัตราการไหลของน้ำ อยู่ที่ 5-7 ลิตร ต่อนาที

วัสดุอุปกรณ์
1.มอเตอร์ฉีดน้ำฝน หาซื้อได้ตามร้านขายอะไหล่รถยนต์ทั่วไป ราคา 140-200 บาท
2.คัตเตอร์
3.สายไฟ
4.ตัวบัตกรี
5.ขวดน้ำอัดลม
6.มุ้งขาด หรือ ตาข่ายเขียว

วิธีการทำ เครื่องสูบน้ำจากมอเตอร์ฉีดกระจกปัดน้ำฝน



1.นำสายไฟมาปอกเปลือกออก
2.นำสายไฟไปเชื่อมบัตกรีกับขั้วไฟของมอเตอร์
3.ปาดขวดน้ำอัดลมเป็นกรวย
4.เปิดฝาน้ำอัดลมออกแล้วเอาปากขวดไปหมุนเข้ากับทางน้ำเข้าของมอเตอร์
5.นำมุ้งขาดไปปิดปากกรวยที่ทำจากขวด มัดด้วยหนังยางให้แน่น เป็นอันเสร็จกระบวนการการทำปั๊มน้ำแบบประหยัด

***เครื่องนี้สามารถจุ่มในน้ำได้เลยครับ ทั้งยังเป็นการดีด้วย ทำให้เครื่องไม่ร้อน ถ้านำไปพ่นยาก็แนะนำให้พ่นสองชั่วโมงแล้วพักเครื่องครับ******

ตัวอย่างการใช้งานปั๊มน้ำแบบประหยัดจากที่ฉีดกระจกปัดน้ำฝน





อันนี้ประยุกต์ใช้พ่นยาครับ








READ MORE - วิธีการทำเครื่องสูบน้ำจากมอเตอร์ฉีดกระจกปัดน้ำฝน

วิธีการกัดกระจก

5.3.54

การกัดกระจกหรือการสร้างลวดลายบนกระจกนั้นเป็นงานที่ไม่ยากอย่างที่คุณคิด เพียงแค่มีใจรักในงานศิลป์ อาจสามารถทำเป็นอาชีพเสริมได้
วิธีการกัดกระจก



วัสดุอุปกรณ์


1. กระจกเงาหรือกระจกใส

2. กระดาษสติ๊กเกอร์สีเข้ม ๆ

3. กาวสำหรับติดแบบ

4. ภาพต้นแบบสำหรับกัดลาย (สีขาว - ดำ)

5. คัตเตอร์

6. ดินน้ำมัน

7. น้ำยากัดกระจก

8. ถุงมือยางและผ้าปิดจมูก

ขั้นตอนการทำ



1. หาแผ่นกระจกให้เหมาะสมกับขนาดของงานหรือรูปภาพที่จะใช้เป็นแบบกัดลาย และทำความสะอาดกระจกเสียก่อน
2. นำสติ๊กเกอร์สีเข้ม ๆ มาติดกระจกด้านที่ต้องการกัดลาย การติดสติ๊กเกอร์ต้องไล่อากาศออกให้หมดโดยใช้น้ำเป็นละอองให้ทั่วกระจก แต่อย่าให้เปียกชุ่ม แล้วจึงค่อยติดสติ๊กเกอร์ลงไปบนกระจก เลื่อนขยับให้เข้าที่ แล้วใช้ผ้าไปบนสติ๊กเกอร์ตามความยาวของแผ่นกระจกออกแรงกดเล็กน้อย น้ำและฟองอากาศจะเคลื่อนตัวออกมาจนแห้ง
3. นำภาพต้นแบบที่เป็นภาพขาว - ดำมาทากาว แล้วปิดทับลงบนสติ๊กเกอร์อีกชั้นหนึ่ง รอจนกาวแห้งติดสติ๊กเกอร์ดีแล้วจึงใช้คัตเตอร์แกะลายตามแบบ โดยแกะลวดลายเฉพาะส่วนที่ต้องการจะเอาออก
4. หลังจากแกะลายตามแบบเสร็จแล้วให้ดึงภาพต้นแบบออกจากนั้นนำดินน้ำมันมากั้นล้อมรอบขอบกระจก ระวังอย่าให้มีรอยรั่ว แล้วเทน้ำยากัดกระจก ให้ทั่วแผ่นทิ้งไว้ประมาณ 2 -3 ชั่วโมง เสร็จแล้วเทน้ำยาออกแล้วล้างด้วยน้ำสะอาดก่อน
5. ลอกสติ๊กเกอร์ออกจากกระจก จะเห็นเป็นลวดลายตามที่แกะเน้นสีขาวขุ่นให้ทำความสะอาดแผ่นกระจกด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง




READ MORE - วิธีการกัดกระจก

วิธีการทำนาฬิกาโหลแก้ว

3.7.53

วิธีการทำนาฬิกาโหลแก้ว
วัสดุอุปกรณ์
1. โหลแก้วทรงต่าง ๆ จะต้องเป็นโหลที่ใหญ่พอที่จะใส่เครื่องนาฬิกาเข้าไปได้
2.เครื่องนาฬิกา จะใช้ 2 แบบ คือแบบที่เดินธรรมดา กับแบบที่มีตุ้มแกว่งได้...
3.วัสดุต่าง ๆ ที่ใช้ประดิษฐ์ตกแต่ง, ซิลิโคน, แผ่นไม้อัด เป็นต้น

วิธีการทำ
ขั้นตอนการทำเริ่มจาก... ออกแบบชิ้นงานที่จะทำ จะได้รู้ว่าจะตกแต่งให้เป็นรูปแบบไหน จากนั้นก็เลือกหาวัสดุที่ต้องใช้ในการตกแต่ง เมื่อได้แบบและวัสดุตกแต่งก็ลงมือทำโดยเริ่มจากนำโหลแก้วไปล้างทำความสะอาด ตากแดดให้แห้งสนิท จากนั้นก็มาทำการขึ้นแบบหน้านาฬิกา โดยใช้แผ่นไม้อัดตัดเป็นรูปทรงตามแบบที่ออกแบบไว้ แล้วเจาะรูติดเครื่องนาฬิกาเข้าไป โดยแผ่นไม้จะต้องใหญ่พอที่จะบังเครื่องนาฬิกาไว้ได้ ทำการตกแต่งแบบหน้าของนาฬิกาตามไอเดีย เช่น ถ้าออกแบบเป็นแนวทะเลก็อาจจะใช้พวกทราย เปลือกหอย มาตกแต่ง ตรงนี้อยู่ที่ไอเดียของแต่ละคน เมื่อตกแต่งเสร็จก็นำไปยึดติดกับฝาของโหลแก้ว ยึดนอตให้แน่น

ลำดับถัดไปก็เป็นการตกแต่งภายในโหลแก้วตามแบบที่ต้องการ โดยวัสดุที่ใช้ตกแต่งจะต้องยึดติดด้วยซิลิโคนเพื่อให้ติดแน่นไม่หลุด เมื่อตกแต่งเสร็จก็นำฝาที่มีเครื่องนาฬิกามาปิด เท่านี้ก็เรียบร้อย

“การติดเครื่องนาฬิกามีเคล็ดลับที่ทำให้นาฬิกาเดินตรงคือ ติดเครื่องนาฬิกาแล้วต้องจับเข็มนาฬิกาให้อยู่ที่เวลาเที่ยงตรงก่อน จากนั้นจึงตั้งเวลาตามจริง นาฬิกาก็จะเดินได้ตรง”
วิธีการทำนาฬิกาแฮนด์เมด

ไขแสง ร่มโพธิ์ทอง เป็นเจ้าของไอเดีย “นาฬิกา โหลแก้ว” งานแฮนด์เมดที่นำโหลแก้วมาตกแต่งด้วยวัสดุต่าง ๆ แล้วใส่นาฬิกาเข้าไปด้วย เจ้าตัวเล่าว่า ชอบงานประดิษฐ์มาตั้งแต่เด็กแล้ว ช่วงที่เรียนอยู่ก็ทำงานประดิษฐ์พวกกรอบรูปให้เพื่อน ๆ ในวันสำคัญ และเคยทำงานศิลปะพวกนาฬิกาไปขายที่สวนจตุจักรวันเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งตอนนั้นก็ทำ เล่น ๆ พอช่วง ปี 2540 ที่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจ โดนออกจากงานประจำและอยู่ในช่วงที่กำลังจะเรียนจบด้วย จึงทำงานด้านศิลปะ-ทำนาฬิกาประดิษฐ์ขายแบบจริงจัง

“งานกลุ่มนี้มีคนทำออกมาขายกันมากอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นการที่สินค้าเราจะสู้ได้จะต้องสร้างผลงานที่มีความแปลกแตกต่าง ฉีกแนวไปจากคนอื่น สินค้าเราถึงจะได้รับความสนใจ”

งานแรกที่ทำก็จะเป็นงานกรอบรูปนาฬิกาที่ตกแต่งเป็นรูปแบบต่าง ๆ ส่วนนาฬิกาโหลแก้วนั้นมาคิดทำภายหลัง โดยมองว่าโหลแก้วนั้นมีรูปทรงหลากหลาย น่าจะนำมาเป็นวัสดุและตกแต่งทำเป็นนาฬิกาได้ อีกทั้งจะเป็นสินค้าที่แปลกใหม่ด้วย จึงทดลองทำออกขาย ซึ่งก็ได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี ซึ่งงานชิ้นนี้มีวิธีการทำที่ไม่ยาก สามารถฝึกฝนได้ แต่ที่ยากคือขั้นตอนการออกแบบรูปแบบนาฬิกามากกว่า

รูปแบบของนาฬิกาโหลแก้ว รวมถึงนาฬิกากรอบรูป จะต้องมีหลากหลายไว้ให้ลูกค้าได้เลือก ที่สำคัญสามารถออกแบบตกแต่งให้เข้ากับเทศกาล วันสำคัญต่าง ๆ ได้ เช่น แต่งงาน รับปริญญา ปีใหม่ เป็นต้น
READ MORE - วิธีการทำนาฬิกาโหลแก้ว

รวมสุดยอดไอเดียและวิธีการห่อของขวัญแบบเก๋ๆ

21.12.52

จะปีใหม่แล้ว ใครกลับบ้านกันมั่งครับ
แล้วจาไปจับของขวัญ หรือ เอาของขวัญไปให้คนสำคัญทั้งที ต้องดูดีใช่ป่าวล่ะ คนรับเค๊าถึงจะปลื้มและประทับใจ
ไปดูวิธีการห่อของขวัญแบบต่างๆกัน เผื่อได้ไอเดีย
การห่อของขวัญแบบสี่เหลี่ยม
วิธีการห่อของขวัญแบบสี่เหลี่ยม
เป็น วิธีการห่อที่เบสิกที่สุด ทุกคนสามารถทำได้ ทว่าความประณีตในการห่อขึ้นอยู่กับทักษะเหมือนกัน มาดูกันว่าเราจะรังสรรค์อย่างไร เริ่มต้นง่าย ๆ จากวางกล่องกระดาษตามแนวทแยงมุมของกระดาษ จากนั้นพับกระดาษจากมุมล่างขึ้นไป และพับกระดาษข้างซ้ายขึ้นมาให้มุมตั้งฉากสวยงาม ขั้นต่อไปพับกระดาษอีกข้างหนึ่งด้วยวิธีเดียวกัน และพลิกกล่องขึ้น จับกล่องวางลงแล้วพับมุมด้านขวาขึ้นมา พับมุมที่เหลือและเก็บมุมให้เรียบร้อย แล้วติดเทป ก็เป็นอันเสร็จสมบูรณ์

การห่อของขวัญแบบลูกอมหรือทอฟฟี่
       การห่อของขวัญแบบลูกอมหรือทอฟฟี่<br />
แบบ นี้ต้องขึ้นอยู่กับลักษณะของของขวัญ สามารถห่อได้ทั้งแบบใส่กล่องหรือห่อโดยตรงจากของขวัญเลยก็ได้ เริ่มแรกให้นำกระดาษสาสีแดงหรือสีที่ชอบมาห่อทั้งแผ่น โดยให้กล่องของขวัญอยู่กึ่งกลางกระดาษ จับรวมปลายกระดาษสาทั้ง 2 ข้าง ให้เป็นรูปทอฟฟี่และเอาไหมพรมมาผูกทั้ง 2 ด้าน จากนั้นใช้กรรไกรซิกแซ็กตัดริมกระดาษสาเก็บรายละเอียดให้สวยงาม อาจหาโบว์สีสวยขนาดใหญ่หน่อยมาผูก 2 ข้าง ก็ดูเก๋ไก๋ไม่เบา

การห่อของขวัญที่เป็นขวด
การ ห่อของขวัญที่เป็นขวด นอกจากการนำขวดใส่กล่องสี่เหลี่ยมทรงสูงแล้ว ยังมีการห่ออีกแบบที่นิยมคือ การห่อให้คงลักษณะรูปขวดแล้วเพิ่มลูกเล่นเข้าไป เช่นการนำกระดาษสา 2 แผ่น โดยใช้สีตัดกันอย่างเห็นได้ชัดเพื่อความสวยงาม จากนั้นติดเทปกาว 2 หน้าที่กระดาษสีแดงแล้วนำกระดาษสีเขียวมาติดบนกระดาษสีแดงจะกลายเป็นกระดาษ ห่อ 2 สีในแผ่นเดียวกัน
...ขั้นตอนถัดไป ให้นำขวดไวน์ตั้งบนกึ่งกลางระหว่างกระดาษสีเขียวและสีแดง ห่อกระดาษรอบขวดให้เป็นจีบอย่างประณีต ใช้ริบบิ้น (สีเดียวกับกระดาษ) แดง เขียว ผูกเป็นโบว์หูกระต่ายบริเวณคอขวด ให้ขนาดของโบว์ไม่เท่ากัน นำริบบิ้นผ้าสีขาวผูกทับอีกชั้นหนึ่ง และนำริบบิ้นขน 2 เส้น เส้นละ 1 เมตร ผูกให้เป็นโบว์หูกระต่าย หลังจากนั้นนำริบบิ้นลวดสีเขียวและสีแดงตัดเส้นละ 1 เมตร แปะด้วยเทปกาว 2 หน้าที่บริเวณขวดด้านในกระดาษห่อ ใช้ปากกาม้วนริบบิ้นลวดทั้ง 2 สีให้เป็นเกลียว แค่นี้ก็ได้ของขวัญที่เต็มไปด้วยไอเดียสร้างสรรค์แล้ว

การห่อของขวัญแบบญี่ปุ่น
สามารถ ทำได้ง่าย โดยสีที่เน้นคือ "สีน้ำตาล" โดยการหาซองสีน้ำตาลขนาดพอเหมาะกับขนาดของขวัญ นำกระดาษมาห่อชั้นแรก โดยห่อแบบเฉียง ๆ เสร็จแล้วพับส่วนที่เหลือให้ได้รูปเก็บให้เรียบร้อย เอากระดาษสาแบบแข็งขนาดเล็กกว่าแผ่นแรก โดยตัดเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้านำมาวางพาดแนวเฉียง ขั้นตอนสุดท้ายหาโบว์มาผูกเลือกแนวเฉียง

การห่อของขวัญแบบสามเหลี่ยม
การห่อของขวัญแบบสามเหลี่ยม<br />
การ ห่อลักษณะนี้เหมาะสำหรับของขวัญที่ไม่มีความหนามาก เช่น กิ๊บติดผม สมุดบันทึก นาฬิกาข้อมือ โดยเริ่มจากตัดกระดาษเป็นแนวยาว พับด้านหนึ่งของกระดาษทำมุม 60 องศา แล้วพับเป็นสามเหลี่ยมเท่าด้านกว้างของกระดาษต่อไปเรื่อย ๆ จนสุดกระดาษพับมุมด้านหนึ่งตามรูป หลังจากนั้นใส่ของขวัญแล้วเสียบปลายสามเหลี่ยมเข้าไปในห่อ สุดท้ายตกแต่งด้วยโบว์อย่างประณีต การห่อแบบนี้ต้องใช้กระดาษที่มีความหนาพอควร เพื่อการอยู่ตัวของรูปทรง

การห่อของขวัญแบบจับจีบ
เป็น การห่อที่เรียบ ๆ แต่มีลูกเล่นที่การพับจีบ ทำให้กล่องของขวัญที่ห่อแบบเบสิกมีมิติและดูพิถีพิถันตั้งใจขึ้น ซึ่งคุณสามารถนำวิธีจับจีบนี้ไปสร้างสรรค์ได้อีกหลายแบบ จะจีบตรง จีบข้าง หรือใช้วิธีต่อกระดาษ 2 สี แล้วค่อยจับจีบก็เก๋ไปอีกแบบ

การห่อของขวัญแบบใช้กระดาษ 2 แผ่น
การห่อของขวัญแบบใช้กระดาษ 2 แผ่น<br />
ควร ใช้กระดาษที่มีลายกับสีพื้นมาต่อกันด้วยเทปกาว 2 หน้า แล้วห่อแบบวิธีเบสิกทั่วไป เสร็จแล้วผูกโบว์ที่มีสีแมตช์กับกระดาษ ถ้าโบว์มีขนาดใหญ่ควรติดกระดาษสีพื้นจะดีกว่า เพื่อไม่บังลายของกระดาษ วิธีจับคู่สีของกระดาษ ควรเลือกกระดาษสีพื้นให้ใกล้เคียงกับสีของกระดาษลาย หรือเลือกกระดาษลายเนื้อด้านคู่กับกระดาษสีพื้นมันวาว

การห่อของขวัญแบบที่เป็นตุ๊กตา<br />
นำ กระดาษมาห่อรอบ ๆ ตุ๊กตาจัดแต่งให้สวยงาม นำริบบิ้นสีแดงมาผูกรอบตุ๊กตาเป็นโบว์ให้แน่น หลังจากนั้นนำริบบิ้นสีเขียวมาผูกรอบตุ๊กตาในลักษณะเดียวกันกับริบบิ้นสีแดง ตัดริบบิ้นลวดสีทองที่มุมด้านหนึ่ง แล้วดึงริบบิ้นลงค่อย ๆ ม้วนจนเป็นรูปดอกกุหลาบ นำริบบิ้นสีทองที่ม้วนเป็นดอกกุหลาบแล้วร้อยเข้ากับริบบิ้นสีเขียว เพียงแค่นี้ก็ได้ตุ๊กตาสวย ๆ ด้วยฝีมือของคุณเอง

อื่นๆเพิ่มเติม

วิธีการห่อของขวัญ
วิธีการห่อของขวัญ
วิธีการห่อของขวัญ
วิธีการห่อของขวัญ
READ MORE - รวมสุดยอดไอเดียและวิธีการห่อของขวัญแบบเก๋ๆ

วิธีการทำกรอบรูปวิทยาศาสตร์

17.12.52


วิธีการเคลือบรูปวิทยาศาสตร์ ได้เกิดขึ้นในประเทศไทยประมาณปี 2509 ซึ่งชื่อทางการค้าว่า กรอบรูปวิยาศาสตร์ เป็นการเคลือบรูป ให้เกิดความสวยงานและเป็นการบำรุงรักษาสภาพของรูปให้อยู่คงทนไม่ชำรุดหรือมัว เนื่องจากความชื้นหรือเกิดเชื้อราที่รูปภาพ

วัสดุและอุปกรณ์

1.เรซิ่นเคลือบรูป (ชื่อทางการคือ โพลิเอสเทอร์เรซิ่นชนิดไม่อิ่มตัว หรือ Unsaturated Polyester Resin) เบอร์ KC-228-W
ซึ่งผสมตัวเร่งปฏิกิริยา (Accelerator) หรือ (Promoter) แล้วเป็นพลาสติกเหลวมีหลายสี เช่น แดง ม่วง ใสมีกลิ่นฉุน
ตัวทำให้แข็งหรือตัวเน่งปฏิกิริยา (Catalyst หรือ Hardener) ชื่อทางเคมี MEKP มีลักษณะเหลวใสไม่มีกลิ่น กลิ่นฉุนแรงกัดมือ ระวังอย่าให้เข้าตา


2.อะซิโตน (Acetone) มีลักษณะของเหลวใสไม่มีสี กลิ่นฉุนแรงกว่าทินเนอร์ ติดไฟง่าย ใช้ล้างโพลิเอสเตอร์หรือเริซิ่นเคลือบรูป
3.กรอบรูป (ไม้แผ่น) ใหญ่กว่ารูปภาพ ปรกติใช้ไม้ MDF เป็นไม้ยางพาราชนิดดี หรือใช้ไม้ PB ไม้ยูคาก็ได้
4.กระดาษลายไม้ หรือลายหน้า ใช้ปิดรอบรูปเพื่อความสวยงาม
5.รูปโปสการ์ด รูปถ่าย ใบประกาศ หรืออื่นๆที่ต้องการเคลือบ
6.กาวลาเท็กซ์ เพื่อติดรูป และลายไม้
7.ฟิล์มไมล่าร์ หนา 70-180 ไมครอน ขนาดใหญกว่าภาพอย่างน้อย 1 นิ้ว
8.ลูกกลิ้งใช้รีดรูปให้เรียบ และใช้ไล่ฟองอากาศในเรซิ่น
9.ถ้วยพลาสติก
10.ไม้กวน
11.มีดคัตเตอร์
12.ขอบข้าง มีลายไม้ และสีดำ เป็นสติกเกอร์ ใช้ติดด้านข้างรูป
13.ดิ้นทอง ใช้ตัดขอบรูป
14.ไขควง
15.น๊อต
16.หูขา
17.หูแขวน
18.ขาตั้งพลาสติก
19.กระดาษกาวย่น ขนาด 10 มิล หรือใหญกว่าด้านข้างแผ่นไม้
20.กระดาษทรายน้ำ เบอร์ 150
21.กาวกันซึม

การเตรียมอุปกรณ์

เตรียมรูป

รูปที่ใช้ในการทำกรอบรูปวิทยาศาสตร์ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท
รูปที่สามารถเคลือบได้ เช่น รูปถ่าย
รูปที่ต้องการทาน้ำยากันซึมก่อนจึงจะเคลือบได้ เช่นรูปจากหนังสือนิตยาสาร ธนบัตร ใบประกาศนียบัตร รูปโปสเตอร์

การเตรียมไม้


ไม้ที่ใช้ติดรูปเพื่อทำกรอบวิทยาศาสตร์ ได้แก่ไม้ MDF หรือเรียกว่าไม้อัด มีความหนาตั้งแต่ 3 มม. ถึง 9 มม.
เลือกขนาดไม้ให้เหมาะสมกับรูป
ด้านบนหรือด้านข้างจะต้องเรียบไม่ขรุขระหรือเป็นหลุม

วิธีทำกรอบรูปวิทยาศาสตร์

1.ติดกระดาษลายไม้กับไม้อัดทั้งสองด้านโดยทากาวที่ไม้อัดตลอดทั้งแผ่นให้เรียบและไม่หนาจนเกินไป นำกระดาษลายที่ตัด
ไว้มาติดลงบนแผ่นไม้โดยใช้ลูกกลิ้ง กลิ้งให้เรียบและไม่มีฟองอากาศ ใช้คัตเตอร์ ตัดส่วนเกินจากไม้ให้ชิดขอบไม้ทุกด้าน
2.ติดเทปกระดาษย่นหรือเทปใส ที่ขอบของแผ่นไม้ ไม้อัดหนา 10 มม. โดยรอบให้ขอบเทปเสมอผิวด้านบนของแผ่นไม้ที่จะ
3.ติดรูปพับเทปส่วนเกินไว้ด้านหลังให้แนบติดผิวหน้าไม้ด้านหลัง เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำยาเรซิ่นเกาะขอบไม้และไหลลงไปเปื้อนด้านหลังรูป
4.ทากาวลาเท็กซ์ ด้านหลังของรูปให้เสมอกันไม่ต้องมากจนเกินไปเพราะจะทำให้แห้งช้า (รูปที่นำไปทากาวควรรีดให้ตรงไม่โค้ง ถ้ามีขอบเยินควรใช้มีดคัตเตอร์แต่งให้เรียบร้อยก่อน)
5.ติดรูปที่ทากาวแล้วบนไม้อัดที่เตรียมไว้ ใช้ลูกลิ้งกลิ้งให้เรียบและไม่มีฟองอากาศ
6.ติดดิ้นเงินดิ้นทองรอบรูปทั้ง 4 ด้าน ตามต้องการควรติดให้ชิดขอบรูป
7.ทาน้ำยากันซึมในกรณีที่ไม่ใช่รูปถ่าย ทาน้ำยากันซึมควรทาประมาณ 2-3 ครั้ง แต่ละครั้งจะต้องทิ้งให้แห้งเสียก่อน
8.นำรูปที่เตรียมเรียบร้อยแล้ววางลงบนที่รองสูงจากพื้นประมาณ 1-2นิ้ว ควรปูกระดาษหนังสือพิมพ์ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำยาเรซิ่นเกาะที่ขอบไม้และไหลลงไปเลอะที่พื้น
9.เทเรซิ่นเคลือบรูป KC-288 ลงในถ้วยพลาสติกที่เตรียมไว้ประมาณ 30-40 ซีซี หยดตัวทำให้แข็งลงไปประมาณ 0.5% หรือประมาณ 3-4 หยด (เรซิ่นประมาณ 1 ซีซี ต่อพื้นผิว 7-8 ตร.ซ.ม.) ใช้ไม้กวนให้เข้ากัน โดยกวนบริเวณขอบถ้วยด้วยอย่ากวนนานเกินไปเรซิ่นจะเป็นวุ้นแข็งตัวเสียก่อน ไม่เกิน 1 นาที
10.ทิ้งเรซิ่นไว้ซักครู่ เพื่อให้ฟองอากาศลอยออก จึงเทเรซิ่นที่ผสมแล้วลงตรงกลางรูปนำแผ่นฟิล์ม ไมล่าร์ที่ขึงไว้กับเฟรม วางทับลงบนน้ำยาเรซิ่น แล้วใช้ลูกกลิ้ง กลิ้งบนแผ่นฟิล์ม ให้น้ำยาเรซิ่นวิ่งไปจนไม่มีฟองอากาศ(การกลิ้งจากกลางรูปออกไปทั้ง 4 ด้าน และออกแรงกดพอประมาณ ใช้เวลาในการกลิ้งไม่ควรเกิน 6 นาที)
11.ทิ้งเรซิ่นให้แห้งสนิทประมาณ 2-3 ชั่วโมง หรือสังเกตุจากรซิ่นที่ย้อยติดด้านล่างดูจะแข็งคล้ายเม็ดข้าวสาร แห้ง หรือทดลองหยิกดูจะหยิกไม่แตก หากยังนิ่มแสดงว่ายังไม่แข็งพอ เมื่อเรซิ่นแข็งตัวแล้วให้ใช้ปากกาเมจิกสีดำทำเครื่องหมายที่มุมทั้งสี่ เพื่อที่จะได้นำฟิล์มไมล่าร์ไปใช้ในครั้งต่อไป ได้โดยสะดวกขึ้น
12.เมื่อเคลือบครั้งที่หนึ่งแล้วจะเคลือบอีกกี่ทีก็ได้ แต่ต้องใช้กระดาษทรายน้ำชนิดหยาบปานกลางเบอร์ 120-140 ลูบบริเวณขอบที่เป็นลายไม้ผิวหยาบ อย่าขัดบริเวณตรงกลางรูปเพื่อให้เรซิ่นเกาะติดแน่นกับ เรซิ่นที่เคลือบครั้งแรก ผิวที่ขัดจะกลายเป็นฝ้าสีขาวอย่าตกใจเพราะเมื่อเรซิ่นครั้งที่ 2 เคลือบทับลงไปจะใสเหมือนเดิม
13.ดึงเทปและเรซิ่นที่ติดขอบออก
14.ใช้กระดาษทรายชนิดหยาบปานกลางพันรอบแท่งไม้รูปสี่เหลี่ยมขัดขอบให้เรียบเสมอกัน ขณะขัดไม่ควรใช้นิ้วมือกดหรือจับผิวที่เคลือบเรซิ่น เพราะอาจเกิดรอยนิ้วมือได้อันเนื่องมาจากมือสกปรก (ทางที่ดีควรใช้กระดาษหรือเทปปิดทับผิวหน้าก่อนขัด)
15.ติดขอบข้างรอบรูปทั้ง 4 ด้านให้เรียบร้อย ทำความสะอาด
16.ติดขาตั้งหรือโซ่แขวนกับกรอบรูป

ตัวอย่างกรอบรูปวิทยาศาสตร์ที่ทำเสร็จแล้ว



ข้อควรระวัง

ฮาร์ดเดนเนอร์ หรือตัวทำให้แข็ง ถ้าถูกผิวหนังควรใช้สบู่ล้างดีกว่าผงซักฟอก เพราะเป็นกรดชนิดหนึ่ง
น้ำยาเรซิ่นมีอายุการใช้งานประมาณ 1-2 เดือน ไม่ควรเก็บไว้ที่ร้อนจัด ควรเก็บไว้ที่ทึบแสง อุณหภูมิประมาณ 20-30องศาเซลเซียส
การผสมเรซิ่นกับตัวทำให้แข็ง ถ้าอากาศร้อนควรลดปริมาณตัวทำให้แข็งลง ถ้าอากาศเย็นควรเพิ่มประมาณตัวทำให้แข็งมากขึ้น
การคนน้ำยาไม่ทั่วถึง จะทำให้เรซิ่นแข็งตัวผสมไม่เสมอกัน
การเก็บและทำความสะอาดแผ่นฟิล์มไมล่าระวังอย่าให้แผ่นฟิล์มหักหรือเป็นรอย
รูปถ่ายที่เป็นกระดาษอัดรูป ยกเว้นกระดาษพิมพ์ต่างๆ ถ้าเปื้อนกาวหรือลอยนิ้วมือใช้ทินเนอร์เช็ดทำความ สะอาดได้ แต่อย่าให้ถูกกระดาษไม้เพราะจะทำให้กระดาษลายไม้ลอกทันที
ขอบคุณข้อมูล : http://www.vittayapun.com/
READ MORE - วิธีการทำกรอบรูปวิทยาศาสตร์

วิธีการประดิษฐ์กระเป๋าแบบง่ายๆ(แฮนด์เมด)

27.11.52

กระเป๋าแฮนด์เมด

วัสดุอุปกรณ์
แผ่นพลาสติก แผ่นผ้า หรือ แผ่นหนัง เลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่ง
มีด คัตเตอร์


วิธีทำ
1.ตัดแผ่นหนังให้ได้ขนาดที่ต้องการและเป็นลายไขว้กันดังภาพ(อาจดีไซน์ลายใหม่ก้ได้นะ แต่อย่าให้ขาดออกจากกัน)

2.จับหูยกขึ้นมาดังภาพ


เราจะได้กระเป๋าเป็นรูปทรงสามมิติดังภาพซึ่งมันสามารถรับน้ำหนักได้ถึง75 ปอนด์หรือ 34 กิโลกรัม


READ MORE - วิธีการประดิษฐ์กระเป๋าแบบง่ายๆ(แฮนด์เมด)

วิธี ทำสกรีนเสื้อยืด

22.11.52

เอาวิธีการสกรีนเสื้อยืดแบบง่ายๆมาฝากครับ
ความสวยงามจะขึ้นอยู่กับฝีมือในการตัดสติ๊กเกอร์ครับ
อุปกรณ์
บลอคสกรีนเสื้อเปล่า
ต้นแบบลาย
สติ๊กเกอร์
art knife
ลูกกลิ้งยาง
กระดาษกาว
เทปหนังไก่
แผ่นรองตัด
อุปกรณ์ในการทำบล็อกสกรีนเสื้อยืด

วิธีทำ

1.เอาต้นแบบลายมาตัดเป็นสติ๊กเกอร์ ก็เอา ต้นแบบ ไปติดกับสติ๊ดเกอร์แล้วก็จัดการตัดซะตามแบบ
วิธีการตัดสติ๊กเกอร์
เมื่อตัดเสร็จแล้วก็จะได้ สติ๊กเกอร์ออกมา 2 ส่วน คือส่วนที่เป็นลวดลาย และส่วนที่เป็นกรอบ


2.เอาส่วนที่เป็นกรอบมาติดลงบน บลอคสกรีนเปล่าๆ ครับ

เมื่อติดลงไปเรียบร้อย ก็เป็นอันเสร็จพิธีจ้า ได้บลอคที่สมบูรณ์เรียบร้อย


วิธีสกรีนเสื้อจากบลอคสกรีนง่ายๆ
หลังจากทำบล็อกเสร็จเราก็มาทำการสกรีนเสื้อจากบล็อกที่เราทำกันครับ
อุปกรณ์
ที่ปาดสี(ใช้กระดาษลังตัดแล้วกระกบซ้อนกัน 2 ชั้น ด้วยกาวยางครับเพราะยางปาดสีที่เค้าใช้ในงานสกรีนจริงๆ ไซส์ เท่ากับกระดาษลังตัวนี้ ราคาตกอยู่ที่ 500+ ครับเราเลยเน้นความประหยัดกันก่อนครับ)
บลอคสกรีนลวดลายที่ต้องการ
สีสกรีน
น้ำยาผสมสี(เพื่อลดความหนืด)
ถ้วยผสมสี
สกรีน


วิธีการทำ

1. เตรียม ที่ปาดและบลอคให้พร้อม
2. ผสมสีในชามผสมแล้วเตรียมการเกลี่ยสี
3. เกลี่ยสีลงในบลอคให้สม่ำเสมอโดยสังเกตุจากการที่ สีลงไปอยู่บนเนื้อผ้าสกรีนเต็มทุกส่วน(ขั้นตอนนี้เราจะยังไม่ยุ่งเกี่ยวกับเสื้อหรือ
วัตถุที่เราจะสกรีนนะครับ)
4. เมื่อเราเกลี่ยสีได้สม่ำเสมอแล้ว ให้นำบลอคลงไปวางทาบที่เสื้อหรือวัตถุที่เราจะสกรีน(ควรทำด้วยความระวัง เราจะสามารถวางลงไปได้ครั้งเดียวนะครับเพราะสีที่เราปาดรอบแรกเพื่อเกลี่ยสีนั้นส่วน
หนึ่งได้ซึมผ่านบอลคไปแล้ว)
วิธีการสกรีนเสื้อยืด
ตัวอย่างชิ้นงานที่เสร็จแล้ว

ตัวอย่างเสื้อที่สกรีนแล้ว
READ MORE - วิธี ทำสกรีนเสื้อยืด

วิธีการกัดกระจกอีกหนึ่งอาชีพงานฝีมือ

21.11.52

งานกัดกระจก
วัสดุและอุปกรณ์ในการทำ

1. กระจกเงาหรือกระจกใส

2. กระดาษสติ๊กเกอร์สีเข้ม ๆ

3. กาวสำหรับติดแบบ

4. ภาพต้นแบบสำหรับกัดลาย (สีขาว - ดำ)

5. คัตเตอร์

6. ดินน้ำมัน

7. น้ำยากัดกระจก

8. ถุงมือยางและผ้าปิดจมูก



ขั้นตอนการทำ

1. หาแผ่นกระจกให้เหมาะสมกับขนาดของงานหรือรูปภาพที่จะใช้เป็นแบบกัดลาย และทำความสะอาดกระจกเสียก่อน
2. นำสติ๊กเกอร์สีเข้ม ๆ มาติดกระจกด้านที่ต้องการกัดลาย การติดสติ๊กเกอร์ต้องไล่อากาศออกให้หมดโดยใช้น้ำเป็นละอองให้ทั่วกระจก แต่อย่าให้เปียกชุ่ม แล้วจึงค่อยติดสติ๊กเกอร์ลงไปบนกระจก เลื่อนขยับให้เข้าที่ แล้วใช้ผ้าไปบนสติ๊กเกอร์ตามความยาวของแผ่นกระจกออกแรงกดเล็กน้อย น้ำและฟองอากาศจะเคลื่อนตัวออกมาจนแห้ง
3. นำภาพต้นแบบที่เป็นภาพขาว - ดำมาทากาว แล้วปิดทับลงบนสติ๊กเกอร์อีกชั้นหนึ่ง รอจนกาวแห้งติดสติ๊กเกอร์ดีแล้วจึงใช้คัตเตอร์แกะลายตามแบบ โดยแกะลวดลายเฉพาะส่วนที่ต้องการจะเอาออก
4. หลังจากแกะลายตามแบบเสร็จแล้วให้ดึงภาพต้นแบบออกจากนั้นนำดินน้ำมันมากั้นล้อมรอบขอบกระจก ระวังอย่าให้มีรอยรั่ว แล้วเทน้ำยากัดกระจก ให้ทั่วแผ่นทิ้งไว้ประมาณ 2 -3 ชั่วโมง เสร็จแล้วเทน้ำยาออกแล้วล้างด้วยน้ำสะอาดก่อน
5. ลอกสติ๊กเกอร์ออกจากกระจก จะเห็นเป็นลวดลายตามที่แกะเน้นสีขาวขุ่นให้ทำความสะอาดแผ่นกระจกด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง
ตัวอย่างชิ้นงานในรูปแบบต่างๆครับ





READ MORE - วิธีการกัดกระจกอีกหนึ่งอาชีพงานฝีมือ

วิธีการทำตุ๊กตาถุงเท้า

20.11.52

วิธีการทำตุ๊กตาถุงเท้า
วัสดุอุปกรณ์ในการทำ "ตุ๊กตาถุงเท้า"
ถุงเท้าสี เกรด A (เน้นสีสันสวยงาม),
ถุงเท้าสีขาว,
ใยสังเคราะห์เกรด A,
เข็มเย็บผ้า,
ด้ายวีนัส,
ไหมพรม,
ปืนกาว,
ดินสอ,
กรรไกร

วิธีการทำ
เริ่มจากการทำลำตัวของตุ๊กตาเป็นอันดับแรก โดยนำถุงเท้าสีมากลับเอาด้านในออกมาด้านนอก จากนั้นใช้ดินสอร่างแบบตัวตุ๊กตา แล้วใช้ด้ายสี (ซึ่งต้องใช้ด้ายสีเดียวกับตุ๊กตาเพื่อความสวยงาม) ทำการเย็บตามแบบที่ร่างไว้ การเย็บจะใช้การเย็บแบบด้นถอยหลัง เพื่อความสวยงามทนทาน

เมื่อทำการเย็บเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ใช้กรรไกรตัดตามรอยเย็บ จากนั้น ทำการกลับด้านถุงเท้า แล้วใส่ใยสังเคราะห์ให้แน่น เท่านี้ก็จะได้เป็นส่วนตัวตุ๊กตา เตรียมรอไว้
ลำดับ ต่อมาก็เป็นขั้นตอนการทำส่วนหัวของตุ๊กตา ซึ่งการทำส่วนหัวจะใช้ถุงเท้าสีขาว ทำการใส่ใยสังเคราะห์เข้าไปในถุงเท้าให้มีลักษณะกลม แล้วใช้ด้ายมัดให้แน่น

เมื่อได้ส่วนหัวของตุ๊กตาแล้วก็นำไปประกอบเข้ากับส่วนตัวตุ๊กตา ยึดติดกันให้แน่นโดยใช้ด้ายเย็บ จากนั้นก็ใช้ด้ายสีด้นตามแนวเส้นที่ร่างไว้บนส่วนตัวของตุ๊กตา เพื่อให้เป็นแขนของตุ๊กตา แล้วนำไหมพรมมาถักเป็นผม ผูกด้วยโบ นำไปติดกับส่วนหัวตุ๊กตา ยึดให้แน่นด้วยกาวจากปืนยิงกาว

ขั้นตอนต่อไปคือการตกแต่งตา โดยใช้ด้ายสีน้ำตาลปักทำเป็นตา และใช้ไหมพรมสีแดงปักทำเป็นปาก ทำการปัดแก้มตุ๊กตาด้วยสีสันต่าง ๆ ตามไอเดีย นำถุงเท้าสีส่วนที่เหลือมาทำเป็นหมวกให้กับตุ๊กตา โดยใช้ปืนกาวยึดให้แน่น เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย
READ MORE - วิธีการทำตุ๊กตาถุงเท้า

วิธีการทำกระทงจากใบตอง

31.10.52

กระทงจากใบตอง

สวัสดีครับ..ใกล้ถึงวันลอยกระทงแล้ว..วันนี้เลยจะมาแนะนำวิธีการทำกระทงแบบง่ายๆแต่สวยงามมาฝากครับ
วิธีทำกระทงใบตอง
ตัวกระทง ใช้หยวกกล้วย หรือวัตถุที่ย่อยสลายได้ตัดให้เป็นวงโดยสูงประมาณ1-2.5 นิ้ว ส่วนขนาดแล้วแต่ความพอใจ ขั้นตอนต่อคือการนำเอาใบตองมาพับเป็นรูปทรงต่างๆ เพื่อประดิษฐ์เป็นกระทง ในรูปแบบฉบับของเรานะครับ

วิธีการทำกระทงแบบกลีบผกา

วิธีการทำกระทงแบบกลีบผกา

วิธีทำ กระทงกลีบผกา

1. ตัดใบตองขนาดความกว้าง 1.5 นิ้ว ยาว 6 นิ้ว โดยประมาณ
2. พับตามรูป จำนวน 3 กลีบ จากนั้นนำมาวางซ้อนให้ลดหลั่นกันไปตามภาพ ซึ่งจะนับเป็น 1 ตับ
3. นำไปติดโดยรอบที่ขอบของฐานกระทง ซึ่งเป็นต้นกล้วยตัดเป็นแว่น ความหนา 1.5 - 2 นิ้ว โดยประมาณ ทั้งนี้ปริมาณของกลีบกระทงที่ใช้จะมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับขนาดของตัวฐาน
4. จากนั้นประดับด้วยดอกไม้ตามความชอบ และปักธูปเทียนลงไป เป็นอันเสร็จ


วิธีทำกระทงแบบกลีบกุหลาบ

กระทงแบบกลีบกุหลาบ
วิธีทำ กระทงกลีบกุหลาบ

1. ตัดใบตองขนาดความกว้าง 1.5 นิ้ว ยาว 6 นิ้ว โดยประมาณ
2. พับเป็นกลีบกุหลาบตามรูป จำนวน 3 กลีบ จากนั้นนำมาสวมเีัรียงกันให้มีระยะห่างพองามตามความชอบ ควรจัดให้ยอดของกลีบ และลอนของกลีบตรงเสมอเป็นแนวเดียว ซึ่งจะทำให้ผลงานออกมาดูสวยงามเป็นระเบียบเรียบร้อย
3. ใช้ด้ายสีเขียวใกล้เคียงกับใบตอง หรือสีดำมาเย็บติดกันด้วยด้นถอยหลังให้เป็นแนวตรงเสมอกันโดยตลอด
4. พับกลีบใบตองแล้วเย็บต่อเนื่องไปเรื่อยๆ จนกระทั่งสามารถหุ้มขอบของฐานกระทงได้โดยรอบ ตรึงกลับใบตองกับฐานของกระทงด้วยหมุด แล้วขลิบส่วนที่เลยพ้นฐานลงมาให้เรียบร้อยเสมอกับฐาน เมื่อทำเสร็จแล้วจะมีลักษณะคล้ายกับมงกุฏสวมศีรษะ
5. จากนั้นประดับด้วยดอกไม้ตามความชอบ และปักธูปเทียนลงไป เป็นอันเสร็จ

วิธีทำกระทงแบบกลีบหัวขวาน

กระทงแบบกลีบหัวขวาน
วิธีทำ กระทงกลีบหัวขวาน

1. ตัดใบตองขนาดความกว้าง 1.5 นิ้ว ยาว 6 นิ้ว โดยประมาณ
2. พับตามรูป จำนวน 3 กลีบ จากนั้นนำมาสวมเีัรียงกันให้มีระยะห่างพองามตามความชอบ เพื่อให้ผลงานออกมาดูสวยงามเป็นระเบียบเรียบร้อย ควรพับแต่ละกลีบให้ได้ขนาดเท่ากันทุกจุด
3. ใช้ด้ายสีเขียวใกล้เคียงกับใบตอง หรือสีดำมาเย็บติดกันด้วยด้นถอยหลังให้เป็นแนวตรงเสมอกันโดยตลอด
4. พับกลีบใบตองแล้วเย็บต่อเนื่องไปเรื่อยๆ จนกระทั่งสามารถหุ้มขอบของฐานกระทงได้โดยรอบ ตรึงกลับใบตองกับฐานของกระทงด้วยหมุด แล้วขลิบส่วนที่เลยพ้นฐานลงมาให้เรียบร้อยเสมอกับฐาน เมื่อทำเสร็จแล้วจะมีลักษณะคล้ายอ่างน้ำ
5. จากนั้นประดับด้วยดอกไม้ตามความชอบ และปักธูปเทียนลงไป เป็นอันเสร็จ

ประวัติความเป็นมา ของการลอยกระทง


คติที่มาเกี่ยวกับวันลอยกระทงมีอยู่หลายตำนาน ดังนี้
1. การลอยกระทง เพื่อขอขมาแก่พระแม่คงคา
2. การลอยกระทง เพื่อบูชาพระผู้เป็นเจ้าตามคติพราหมณ์ คือบูชาพระนารายณ์ซึ่งบรรทมสินธุ์อยู่ในมหาสมุทร
3. การลอยกระทง เพื่อต้อนรับพระพุทธเจ้า ในวันเสด็จกลับจากเทวโลก เมื่อครั้งเสด็จไปจำพรรษาอยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพื่อทรงเทศนาอภิธรรมโปรดพระพุทธมารดา
4. การลอยกระทง เพื่อบูชาพระพุทธบาท ของพระพุทธเจ้า ที่หาดทรายริมแม่น้ำนัมมทานที เมื่อคราวเสด็จไปแสดงธรรมโปรดในนาคพิภพ
5. การลอยกระทง เพื่อบูชาพระจุฬามณีบนสวรรค์ ซึ่งเป็นที่บรรจุพระเกศาของพระพุทธเจ้า
6. การลอยกระทง เพื่อบูชาท้าวพกาพรหม บนสวรรค์ชั้นพรหมโลก
7. การลอยกระทง เพื่อบูชาพระอุปคุตตะเถระ ซึ่งบำเพ็ญเพียรบริกรรมคาถาอยู่ในท้องทะเลลึกหรือสะดือทะเล

ประวัติการลอยกระทงในเมืองไทย

การลอยกระทงในเมืองไทย มีมาตั้งแต่ครั้งสุโขทัย เรียกว่า การลอยพระประทีป หรือ ลอยโคม เป็นงานนักขัตฤกษ์รื่นเริงของประชาชนทั่วไป ต่อมานางนพมาศหรือท้าวศรีจุฬาลักษณ์สนมเอกของพระร่วง ได้คิดประดิษฐ์ดัดแปลงเป็นรูปกระทงดอกบัวแทนการลอยโคม การลอยกระทงหรือลอยโคมในสมัยนางนพมาศ กระทำเพื่อเป็นการสักการะรอยพระพุทธบาทที่แม่น้ำนัมมทานที ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหนึ่งอยู่ในแคว้นทักขิณาบถของประเทศอินเดีย ปัจจุบันเรียกว่า แม่น้ำเนรพุททา


link: http://www.arowanacafe.com/webboard/view.php?id=1988
http://www.youtube.com/watch?v=VSyAQefxFHE
READ MORE - วิธีการทำกระทงจากใบตอง

วิธีการประดิษฐ์ดอกกุหลาบจากลวดดัด

28.10.52

ยืมพี่เขามาอีกแระ...คงไม่ว่านะครับ..เดี๋ยวทำลิงค์กลับไปให้ครับ

ดูวิธีการเพิ่มเติมที่นี่นะครับ
link:http://www.f4handmade.com/Teaching%20the%20curved%20aluminum%20wire..html
READ MORE - วิธีการประดิษฐ์ดอกกุหลาบจากลวดดัด

วิธีการประดิษฐ์จักรยานแฮนด์เมด

อันนี้ไปเจอในเว็บ f4handmade.com มาครับ..เขาทำได้สุดยอดมากเลยครับ
เอาคลิปการทำมาให้ดูครับ...ขออนุญาตทางเว็บไซด์พี่ๆด้วยนะครับ..


link:http://www.f4handmade.com/wire%20art%20bb.html
READ MORE - วิธีการประดิษฐ์จักรยานแฮนด์เมด

วิธีการประดิษฐ์แมลงปอจากผ้าใยบัว (ต่อ)

27.10.52

หลังจากวุ่นวายไปหลายวัน...วันนี้ก็เหนื่อยมากนอนพักผ่อนตื่นขึ้นมาพอดีไม่มีอะไรทำมาเขียนบล็อกต่อดีกว่า
จากครั้งล่าสุดที่เขียนวิธีการทำแมลงปอไม่จบ..วันนี้มาเขียนต่อให้เสร็จครับ
ครั้งที่แล้วเราก็ได้ปีกมันไปแล้วมาวันนี้มาดูวิธีการทำตัวและวิธีการประกอบกันครับ

การเข้าตัว
1. นำลวดเส้นยาว 10 ซม. ใช้คีมจับปลายให้เป็นปมข้างหนึ่งเพื่อที่จะร้อยลูกปัดสำหรับทำตัวได้ครับ
วิธีการทำตัวแมลงปอ
2. ใช้ลวดที่เราทำปมแล้วร้อยลูกปัดเม็ดเล็กสลับกับลูกปัดท่อนยาว
วิธีการร้อยลูกปัด
3. ดูให้เรียงได้ 5 ท่อน แล้วร้อยด้วยลูกปัดที่ใช้ทำตัว ดัดลวดที่เหลือให้งอลงล็อคลูกปัดไว้


4. นำลวดเส้นสั้น 8 ซม. ร้อยลูกปัดที่เป็นตัวย้อนมาทางหัว แล้วร้อยลูกที่ใช้ทำหัวเข้าไป



5.พับลวดย้อนลงมามัดกับลวดเส้นแรก



ตัวแมลงปอที่ทำเสร็จแล้วรอประกอบกับปีก

6.นำปีกที่เตรียมไว้ ซ้อนปีกเล็กไว้ข้างล่าง


7.นำมาประกอบเข้ากับตัวโดยวางใต้ลูกปัดท่อนตัว


8.บิดลวดทั้งสองเส้นให้แน่น


9.แล้วพันด้วยฟลอร่า

แมลงปอจากผ้าใยบัว

เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ..แมลงปอจากผ้าใยบัว

สำหรับใครที่มีไอเดียดีๆก็อาจจะดัดแปลงทำเป็นเข็มกลัดหรือกิ๊ฟหนีบผมเพื่อเพิ่มมูลค่าก็ได้นะครับ..
สุดท้ายนี้ดีหรือไม่ดีก็ขอคอมเม้นต์ด้วยนะครับ..จะได้มีกำลังใจหามาเขียนอีกครับ
READ MORE - วิธีการประดิษฐ์แมลงปอจากผ้าใยบัว (ต่อ)