ลูกลำปาว คนบ้านเฮา มาเว่าสู่กันฟัง "คันเจ้าได้อยู่ยอดฟ้าผาสาทประดับมุข อย่าได้ลืมเฮียมทุกข์ผู้ขี่ควายคอนกล้า "


เมืองฟ้าแดดสงยาง


เมืองฟ้าแดดสงยาง

โปงลางเลิศล้ำ


โปงลางเลิศล้ำ

วัฒนธรรมภูไท


วัฒนธรรมภูไท

ผ้าไหมแพรวา

ผ้าไหมแพรวา

ผาเสวยภูพาน

ผาเสวยภูพาน

มหาธารลำปาว

มหาธารลำปาว

ไดโนเสาร์สัตว์โลกล้านปี

ไดโนเสาร์สัตว์โลกล้านปี

บทความอัพเดทล่าสุด

ผมสั้นรับหน้าร้อนและวิธีการดูแลเส้นผมในหน้าร้อน 2014

2.4.57


                อากาศร้อนแรงขึ้นทุกวันๆ จะแต่งหน้า ทำผมแต่ละครั้งเป็นต้องระทวยกาย คอยซับเหงื่อที่หยดติ๊งๆ  อยู่ร่ำไป เรื่องแต่งหน้าไม่เท่าไหร่ เพราะหน้ามัน เป็นคราบ ก็โบกแป้ง ซับหน้าได้ ไม่ต้องกลัวเยิ้ม แต่ "ทรงผม" นี่สิคะ ยาวรกรุงรัง หากไม่ได้ไดร์ผม ชีวิตจบเป็นแน่ ยิ่งในชั่วโมงเร่งรีบด้วยแล้ว ไม่ต้องพูดถึง ออกจากบ้านแบบเป็นอิเพิ้ง กระเซอะกระเซิงมาก!!!

          สำหรับสาวๆ ที่มีปัญหา "ผม" ไม่รักดี เลิกปล่อยให้ปัญหาผม มากวนใจต่อไปได้แล้ว วันนี้มีเทรนด์ "ทรงผมสั้น รับหน้าร้อน" ที่รับรองว่าตัดแล้วใบหน้าของคุณจะสดใส ดูเด็กลงอย่างไม่น่าเชื่อ พร้อมแล้วมาเพิ่มความสดใสให้ชีวิต ได้เวลาเปลี่ยนลุค ให้แซ่บ ซี๊ดถึงใจไปกับ "ทรงผมสั้น" มาแรงรับซัมเมอร์แล้วค่ะ  ซึ่งในหน้าร้อนนี้เราจะต้องดูแลเส้นผมของเราให้ดีๆอย่าปล่อยให้ผมต้องเสียไปในหน้าร้อนนี้

 



เคล็ดลับ ดูแลเส้นผมในหน้าร้อ
              แม้อากาศตอนนี้ยังไม่ร้อนจัด แต่สีสันแห่งหน้าร้อนกำลังจะมาถึง ในบางวันที่สีสันแผดจ้าอาจทำให้บางคนมีปัญหาผมแห้งจัดหรือมันเยิ้ม เพราะเหงื่อบริเวณหนังศีรษะเกาะหนึบกับเส้นผม ทำให้ผมจัดทรงยากอีกทั้งยังเหนียว เหนอะหนะ ดังนั้นจึงต้องให้การดูแลเส้นผมในฤดูร้อนเป็นพิเศษ

   
  สาวผมสั้น ไม่ว่าผมตรงหรือผมหยักศก ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมที่เหมาะกับสภาพเส้นผมและอากาศร้อน เจลแต่งผม ดูจะเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นในหน้าร้อน เพราะนอกจากจะทำให้ผมอยู่ทรงแล้ว ยังทำให้ผมดูมีมิติไม่แข็งกระด้าง เวลาใช้เพียงบีบเจลปริมาณพอดี ขยี้ด้วยฝ่ามือทั้งสองข้าง แล้วจัดทรงให้ทรงผมตามต้องการ เพราะเจลเหมาะกับผมสั้นและอาการร้อน มากกว่าผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมอื่นๆ



               ผมตรงประบ่า หากคุณต้องการให้ผมตรงประบ่า มีมูฟเม้นท์และสลวย โดยเฉพาะผมดัดลอนโต หน้าร้อนแบบนี้ไม่ต้องพึ่งผลิตภัณฑ์อะไรมาก แค่ใช้แชมพูสระผมให้สะอาด แล้วใช้ครีมบำรุงผมชโลมผมให้ทั่วผมที่เปียกชื้น จากนั้นทิ้งผมไว้ประมาณ 10 นาที พอผมแห้งก็ใช้นิ้วเซ็ตผมให้เข้าทรง เท่านี้ก็ได้ผมสลวยเข้ากับฤดูร้อนแล้ว



               ผมยาวตรง หน้าร้อนแบบนี้ใช้วิธีรวบตึงก็ทำให้คลายร้อนได้เยอะ แต่รวบแบบธรรมดาๆ ก็ไม่เหมาะกับสาวอินเทรนด์อย่างเราๆ ดังนั้นจะรวบตึงเป็นหางม้าทั้งที จัดแต่งผมข้างหน้าให้เก๋ไก๋ซักหน่อย โดยอาจทำให้คล้ายทรงโมฮอก แล้วตกแต่งด้วยกิ๊บติดผม หรือจะรวบสูงสไตล์แจ็กกี้ โอ ก็เก๋ไก๋ไม่หยอก เพียงเลือกยางรัดผมสวยๆ ผูกผมให้ตึงแล้วประดับด้วยกิ๊บสวยๆ ทิปเล็กๆ สำหรับสาวผมยาวที่อยากรวบตึงนั้น ควรเลือกใช้แชมพูประเภท clarifying ที่ช่วยทำให้ผมบางเบานุ่มสลวย เวลารวบแล้วไม่มีน้ำหนักมาก

               ผมดัดหรือผมหยิกฟู สไตล์วินเทจคงเหมาะกับสีสันหน้าร้อนปีนี้ วิธีทำผมดัด หรือหยิกฟูให้เป็นสไตล์วินเทจก็ทำได้ง่ายๆ เพียงแค่เข้าร้านเสื้อผ้า เครื่องประดับที่จำหน่ายแฟชั่นสไตล์วินเทจ แล้วเลือกกิ๊บหรือหวีเสียบผมแนววินเทจมาติดผมบริเวณข้างหู หรือที่เรียกว่าทัดดอกไม้ เลือกชุดสไตล์วินเทจสวยๆ สักชุด หน้าร้อนปีนี้รับรองคุณจะเป็นสาวอินเทรนด์สุดๆ แน่นอน
 


READ MORE - ผมสั้นรับหน้าร้อนและวิธีการดูแลเส้นผมในหน้าร้อน 2014

รวมแบบทรงผมชาย ไสตล์ผมยาว สวยๆ

5.11.56


รวมแบบทรงผม สำหรับผู้ชายผมยาว ที่ชอบไสตล์ร๊อคๆ ครับ 










READ MORE - รวมแบบทรงผมชาย ไสตล์ผมยาว สวยๆ

ป่นจิโป่ม ของดีอีสาน แซบ มัน นัว...

24.10.56


ออกพรรษาแล้ว จิโป่มกะฮ้องแซวยามมื้อแลง กลับบ้านคราวนี้คงได้กินป่นจิโป่มฝีมืออีแม่อีกแน่นอน
มาวันนี้ผู้เขียนจะมานำเสนอวิธีการทำ  ป่นจิโป่ม หรือภาษากลางเรียก จิ้งโกร่ง แบบอร่อยครับ


วัสดุอุปกรณ์ในการทำป่นจิโป่ม

1. จิโป่ม(จิ้งโกร่ง)
2.พริกสด
3.หัวหอม
4.กระเทียม

วิธีการทำป่นจิโป่ม

หลังจากเราไปสรรหาจิโป่มมาได้แล้ว ก็ให้นำมาทำการเอาขี้จิโป่มออก ล้างน้ำให้สะอาด นำไปคั่วใส่เกลือด้วยไฟอ่อนๆพร้อมพริกสด หัวหอม และกระเทียม จากนั้นนำกระเทียม พริก หัวหอมลงโขลกในครกให้ละเอียด ส่วนจิโป่มให้เด็ดขาใหญ่ออกก่อนแล้วค่อยนำลงตำผสมกัน ปรุงรสด้วยน้ำปลา ชูรส เหยาะน้ำปลาร้านิด นี่คือสูตรป่นแห้ง แต่ถ้าชอบแบบน้ำก็ให้ใส่น้ำต้มปลาร้าลงไปก็อร่อยเหมือนกัน มีบางที่ใส่เห็ดตะไครลงไปด้วยเพื่อความหอม ชิมรส พออร่อยได้ที่ โรยหน้าด้วยหอมรวมหั่นฝอย นำไปกินกับข้าวเหนียวร้อนๆกับ ผักสดและผักลวกอร่อยนักแล...

                                             จิโป่มคั่ว กินกับข้าวเหนียวร้อนๆก็อร่อยเหมือนกัน แซบ มัน นัว..


การขุดจิโป่ม จะพบกันทั่วไปในภาคอีสาน ตามท้องไร่ท้องนา ในช่วงใกล้ออกพรรษา

ตอนเย็นๆ จิโป่มมันจะออกมาร้องแข่งกัน เพื่อหาคู่





READ MORE - ป่นจิโป่ม ของดีอีสาน แซบ มัน นัว...

การเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์ ดูแลรักษาง่าย ไม่ใช้พื้นที่เยอะ เลี้ยงกินเองก็ได้ เลี้ยงขายก็ดี...

12.10.56

จำได้ว่าครั้งหนึ่งเคยมีโครงการของหมู่บ้านแนะนำให้เลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์ ผู้ใหญ่บ้านเลยเอาบ่อซีเมนต์มาแจกครัวเรือนละ 2 บ่อ บ้านของผู้เขียนเองก็ได้เลี้ยงด้วยเหมือนกัน ส่วนปลาก็โตดีโตเร็ว พอได้มาทำกับข้าวกินกัน เลยอยากจะนำความรู้มาแชร์กันครับ



ประโยชน์การเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์
       1. ใช้พื้นที่น้อย สามารถเลี้ยงได้ทุกที่
       2. ใช้เวลาเลี้ยงสั้น รุ่นละประมาณ 90 - 120 วัน
       3. ปลาดุกเป็นปลาที่อดทนต่อสภาพน้ำได้ดี
       4. สามารถเลี้ยง ดูแลรักษาได้สะดวก บริโภคในครัวเรือนและส่วนที่เหลือนำไปจำหน่ายได้


วัสดุอุปกรณ์ในการเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์

  1. 1.ท่อปูนซีเมนต์ขนาด 100*50 เซนติเมตร
  2. 2.ตาข่าย
  3. 3.ปูน ทราย หิน
  4. 4.อาหารสำหรับเลี้ยงปลาดุก
  5. 5.พืชผักที่ปลากิน เช่น ผักบุ้ง ผักตบชวา ฯลฯ
  6. 6.ลูกปลาดุก 70-80 ตัว

การเตรียมบ่อปูนซีเมนต์สำหรับเลี้ยงปลาดุก

  1. จะต้องทำการฆ่ากรดฆ่าด่างในบ่อปูน โดยให้นำหัวกล้วยหรือโคนกล้วยมาสับให้เป็นชิ้นเล็กๆ นำมูลวัวมาผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วนำใส่ไปในบ่อใส่น้ำให้เต็ม แล้วหมักไว้ 5 วัน จากนั้นให้เปิดน้ำทิ้งแล้วเอาโคนกล้วยออกทิ้งด้วย
  2. นำน้ำสะอาดใส่ไปในบ่อแล้วแช่ทิ้งไว้ 1 วัน หลังจากนั้นก็ให้เปิดน้ำทิ้ง
  3. นำผักบุ้งมาถูให้ทั่วบ่อ ทิ้งไว้ตากบ่อให้แห้ง

ขั้นตอนการเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์

  1. 1.นำท่อปูนที่มีรอยคราบผักบุ้ง หรือบ่อปูนที่ไม่มีกรดไม่มีด่าง ใส่น้ำให้มีความสูง 10 เซนติเมตร (ช่วงปลาขนาดเล็ก เพิ่งนำมาปล่อย) แล้วเติมน้ำหมัก 1 ช้อนโต๊ะ
  2. 2.นำปลาดุกมาแช่น้ำในบ่อปูนทั้งถุง แล้วค่อยๆเปิดปากถุงให้ปลาว่ายออกมาเอง
  3. วันแรกที่นำปลามาปล่อยไม่ต้องให้กินอาหาร
  4. 3.นำพืชผักที่ปลากิน เช่นผักบุ้ง ผักตบชวาและอื่นๆมาใส่ในบ่อ
  5. 4.การให้อาหาร ปลา 1 ตัวให้อาหาร 5 เม็ด/เมื้อ ในช่วงปลาเล็กให้อาหารวันละ 2 เมื้อ เช้า-เย็น ปลาอายุ 1 เดือนครึ่งให้อาหารปลาขนาดกลาง โดยให้อาหารวันละ 1 ครั้ง ให้ปลากินตอนเย็น 


หมายเหตุที่ก่อนให้อาหารต้องนำอาหารมาแช่น้ำก่อนเสมอประมาณ 10-15 นาที

  1. ปลาจะได้กินอาหารทุกตัว
  2. ปลาตัวที่แข็งแรงจะทำให้ท้องไม่อืด
  3. ปลาไม่ป่วย
  4. การเจริญเติบโตใกล้เคียงกัน
  5. อาหารไม่เหลือในบ่อและน้ำก็ไม่เสีย
  6. ถ่ายน้ำทุกๆ
  7. วัน หรือ 10 วัน/ครั้ง 

สูตรการทำอาหารปลาดุกไว้ใช้เอง


วัสดุที่ต้องเตรียม

  1. รำละเอียด 2 กระสอบปุ๋ย
  2. กากมะพร้าว 1 กระสอบปุ๋ย
  3. ปลาป่น 6 กิโลกรัม
  4. กากถั่วเหลือง 6 กิโลกรัม
  5. จุลินทรีย์ EM 1 ลิตร
  6. กากน้ำตาล 1 กิโลกรัม
  7. น้ำมันพืช 1 / 2 ลิตร

ขั้นตอนวิธีการทำอาหารปลาดุก

  1. นำส่วนผสมข้อ 1 1 กระสอบ ข้อ 2,3,4 คลุกให้เข้ากัน
  2. นำส่วนผสม ข้อ 5,6 ผสมน้ำ 20 ลิตร เพื่อคลุกเคล้าส่วนผสม ข้อ 1 หมักไว้ 12 ชั่วโมง
  3. นำส่วนผสมที่หมักไว้ในข้อ 1,2 ผสมกับรำละเอียด 1 กระสอบและน้ำมันพืช 1 ? 2 ลิตรคลุกเคล้านำเข้าเครื่องอัดเม็ดผึ่งแดด 2 วัน เก็บไว้ได้ 2 เดือน

การเตรียมปลาดุกก่อนจำหน่าย

  1. ก่อนจะจำหน่าย 2 วัน ให้นำดินลูกรังสีแดงหรือซังข้าวมาแช่ไว้ในบ่อ จะทำให้ปลาดุกมีสีเหลืองสวย ขายได้ราคาดี
  2. ปลาดุก 3 เดือนครึ่ง จำนวน 70 ตัว จะมีน้ำหนัก 14-15 กิโลกรัม หรือประมาณ 4-5 ตัว/กิโลกรัม จำหน่ายได้กิโลกรัมละ 60-70 บาท โดยมีต้นทุนอาหารกิโลกรัมละ 19-20 บาท 

วิดีโอคลิปแสดงการเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์ให้โตเร็ว




ยำปลาดุกฟู เมนูอร่อยๆอีกเมนูหนึ่งจากปลาดุก



ปลาดุกผัดพริกแกง กินกับข้าวสวยร้อนๆอร่อยดีเหมือนกัน


ปลาดุกย่างกินกับข้าวเหนียวร้อนๆ จ้ำแจ่วกับ อร่อยอย่าบอกใคร...



READ MORE - การเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์ ดูแลรักษาง่าย ไม่ใช้พื้นที่เยอะ เลี้ยงกินเองก็ได้ เลี้ยงขายก็ดี...

รู้หรือไม่ เลี้ยงลูกน้อยจนหลับคาขวดนม เพิ่มความเสี่ยงเป็นโรคอ้วนได้

11.10.56



เบน กิ๊บส์ ศาสตราจารย์จากภาควิชาสังคมวิทยา หมาวิทยาลัยเบิร์กแฮม ยัง ในรัฐยูทาห์ สหรัฐฯ ได้ทำการศึกษาจากผู้เป็นแม่จำนวน 8,000 ราย ที่มีลูกอ่อนวัย 9 เดือน บรรดาคุณแม่ทั้งหมดมีทั้งกลุ่มที่เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมของตัวเอง และกลุ่มที่เลี้ยงลูกด้วยนมขวด 

          จากการติดตามผลการเจริญเติบโตและน้ำหนักตัวของทารกเมื่ออายุครบ 24 เดือน พบว่ากลุ่มทารกที่ถูกเลี้ยงด้วยนมขวดมีแนวโน้มที่จะเข้าข่ายน้ำหนักเกินมากกว่าทารกที่ถูกเลี้ยงด้วยน้ำนมจากอก โดยเฉพาะทารกที่ดื่มและนอนหลับคาขวดนมเป็นประจำ มีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคอ้วนมากกว่าเด็กทั่วไปถึง 30% นอกจากนี้ยังได้พบว่า ทารกที่เริ่มกินอาหารแข็งก่อนอายุ 4 เดือน ก็มีโอกาสเสี่ยงต่อโรคอ้วนขึ้นอีก 40% เช่นกัน 
          
          ศาสตราจารย์กิ๊บส์กล่าวว่า เป็นไปได้ว่าทารกที่ดื่มนมจากขวด ซึ่งมารดาได้ชงให้โดยการชั่งตวงเป็นปริมาณพอดีเป๊ะ ๆ ทุกมื้อ จะมีโอกาสเผลอดื่มเข้าไปมากมากเกินกว่าที่กระเพาะน้อย ๆ ต้องการ ต่างจากเด็กที่กินนมจากเต้าของคุณแม่โดยตรงที่หยุดดูดเองเมื่ออิ่ม หรืออย่างน้อยคุณแม่ก็สามารถเฝ้าดูอาการของลูกได้อย่างใกล้ชิดว่าดื่มนมพอแล้วหรือยัง ซึ่งพฤติกรรมเช่นนี้อาจติดตัวเด็กไปจนโต ทำให้เขาเสี่ยงมีปัญหาเรื่องน้ำหนักตัว และปัญหาการควบคุมความอยากอาหารได้มากขึ้นในอนาคต แม้ว่าสาเหตุหลักในกาเป็นโรคอ้วนมักมาจากพันธุกรรม หรือความผิดปกติทางชีววิทยาของตัวผู้ป่วย แต่พฤติกรรมการกินของเด็กที่ถูกปลูกฝังโดยพ่อแม่ตั้งแต่เขายังเล็กก็มีบทบาทต่อโรคนี้ด้วยเช่นกัน 

          อย่างไรก็ดี ดอกเตอร์ซินเธีย มันน์ กุมารแพทย์จากรัฐคอนเนคติกัต ได้แย้งว่า ไม่เป็นการยุติธรรมนักที่จะตัดสินเด็กทารกที่จ้ำม่ำว่าเขาอยู่ในข่ายโรคอ้วน เพราะทารกนั้นเกิดมาพร้อมไขมันส่วนเกินจำนวนหนึ่งที่มีประโยชน์คอยรักษาความอบอุ่นให้ร่างกาย แต่ถ้าคุณพ่อคุณแม่สงสัยว่าลูกจะเข้าข่ายเป็นโรคอ้วนหรือไม่ ก็ต้องคอยติดตามการเจริญเติบโตของเขา หากอัตราการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักและส่วนสูงลูกสัมพันธ์กันอย่างสมดุล ก็ไม่น่าเป็นห่วงว่าลูกจะเป็นโรคอ้วน เว้นเสียแต่ว่าน้ำหนักของลูกจะเพิ่มไวแต่ไม่พัฒนาในเรื่องส่วนสูงเท่าไรนัก เช่นนี้ก็ควรต้องพามาพบแพทย์แล้วค่ะ
READ MORE - รู้หรือไม่ เลี้ยงลูกน้อยจนหลับคาขวดนม เพิ่มความเสี่ยงเป็นโรคอ้วนได้